Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
กสิกรไทย คงเป้าจีดีพีขยายตัว 2% - GULF ผนึก Singtel Group ร่วมพัฒนาเคเบิลใต้น้ำ
MAI
PIS ส่งซิกครึ่งปีหลังสดใส ตุน Backlog แน่น 6,096 ลบ.
IPO
FLE มั่นใจเข้าเทรด mai วันแรกสร้างความประทับใจ
บล./บลจ
CMDF และ CMRI ยกระดับการออม-การลงทุน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กสิกรไทย มอง ศก.ไทยครึ่งปีหลังชะลอตัว ชี้เงินเฟ้อเร่งตัว Q4
การค้า - พาณิชย์
EXIM BANK ผนึก 2 หน่วยงานรัฐ หนุน SMEs ไทยลุยเวทีโลก
พลังงาน - อุตสาหกรรม
บาฟส์ ร่อน จม. แจงกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำ กทม.
คมนาคม - โลจิสติกส์
PROSPECT REIT เคาะปันผล 0.1400 บ. ลุยเปิดจองซื้อหน่วยเพิ่มทุนครั้งที่ 3
แบงก์ - นอนแบงก์
BAY จับมือ “อเมริกัน เอ็กซ์เพรส” ขยายเครือข่ายรับชำระผ่านบัตรในไทย
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
PUEAN ลุยสาขาใหม่ ดันพอร์ตสินเชื่อโต 900 ล.
SMEs - Startup
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
SCB PLANET PLUS ผนึก KTO และ KKday ส่งแคมเปญ “เที่ยวคุ้ม ทั่วโลก”
อสังหาริมทรัพย์
BAM เดินหน้า 4 เครื่องยนต์ รับมือโครงสร้างตลาดอสังหาฯยุคใหม่
การตลาด
CardX มอบสิทธิพิเศษรับเทศกาลไหว้พระจันทร์
CSR
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
Information
กรมสรรพสามิตคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 69
Gossip
TWPC เดินเกมเสริมแกร่งธุรกิจ
Entertainment
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูความสำเร็จการบริหารจัดการการเงิน
สกุ๊ป พิเศษ
ซิกเว่ แบ่งปันมุมมอง ขับเคลื่อนศก.ไทยด้วย 'หลัก AI ที่มีความรับผิดชอบ'
พาณิชย์ฟันนอมินี 747 ราย มูลค่าความเสียหาย 11,720 ล้านบ.
2024-12-11 08:47:52
407
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - พาณิชย์จับมือ 16 หน่วยงาน สกัดกั้นสินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ ฟันนอมินีแล้ว 747 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 11,720 ล้านบาท เตรียมมาตรการเอาสินค้าไร้คุณภาพออกจากแพลตฟอร์ม คุ้มครองผู้บริโภค-ผู้ประกอบการ SMEs ไทย
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ 16 หน่วยงาน ณ ห้องมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อปัญหาสินค้านำเข้าไม่มีคุณภาพมาตรฐานและธุรกิจต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน จึงสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ 16 หน่วยงาน เร่งแก้ปัญหาดังกล่าวให้เห็นผลชัดเจนภายใน 3 เดือน (ภายในปี 2567)
โดยมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SME ไทย และแก้ไขปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ และคณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายนภินทร ศรีสรรพางค์) เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ เพื่อขับเคลื่อนแผนงานสำคัญให้เห็นผลที่ชัดเจน โดยในที่ประชุมนายพิชัย ได้กล่าวชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือและเร่งแก้ไขปัญหาซึ่งได้มีการวางแผนการทำงานร่วมกัน ทั้งในระยะสั้น-กลาง-ยาว ที่สำคัญ สรุปผลได้ ดังนี้
1. ด้านการป้องกันและกำกับดูแล แผนระยะสั้นและผลการดำเนินงานที่เห็นผลแล้ว อาทิ กรมศุลกากร จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากผู้นำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ประมาณ 823 ล้านบาท (ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. - พ.ย. 67) กำกับดูแลการนำเข้า โดยเพิ่มอัตราการเปิดตู้สินค้า FCL (Full Container Load) จากเดิม 20% เป็น 30% เข้มข้นในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่ผ่านด่านมุกดาหารและนครพนม และ X-ray ตู้แบบ 100%
อย. (สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา) เพิ่มจำนวนการเก็บตัวอย่างสินค้าเพื่อตรวจสอบสารพิษตกค้างเป็น 10 เท่า จากเดิม 500 ตัวอย่าง/ปี เป็น 5,000 ตัวอย่าง/ปี และเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบจาก 3 วัน เหลือใช้เวลาเพียง1 วัน นอกจากนี้ มีการตรวจสอบสถานประกอบการ 34 แห่ง พบการกระทำผิดตามกฎหมายของ อย. 30,393 รายการ , สมอ. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบสินค้ามาตรฐานบังคับที่วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์จากเดิม 1,080 URL/เดือน เป็น 1,620 URL/เดือน และมีการตรวจสอบดำเนินคดี 59 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 33 ล้านบาท , สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ตรวจสอบสินค้าตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค พบการกระทำผิด 159 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 28 ล้านบาท
จากการตรวจสอบที่เข้มข้น พบว่า การนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านช่องทาง e-Commerce ลดลงร้อยละ 27 เหลือเฉลี่ยเดือนละ 2,279 ล้านบาท (จากเดิมก่อนมีมาตรการเฉลี่ยเดือนละ 3,112 ล้านบาท)
สำหรับแผนระยะถัดไปที่จะดำเนินการในปี 2568 จะเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มบุคลากรปฏิบัติงาน ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูล และพัฒนาระบบ AI เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการปฏิบัติงาน อาทิ กรมศุลกากร ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงคัดกรองสินค้าที่ผิดกฎหมาย
อย. จะเพิ่มจำนวนการเก็บตัวอย่างสินค้าเกษตรเพื่อตรวจสารปนเปื้อนเป็น 200 ตัวอย่าง/วัน หรือ 73,000 ตัวอย่าง/ปี และของบประมาณในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ ณ ด่านอาหารและยาที่มีปริมาณการนำเข้าสินค้ามาก 4 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือเชียงของ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , สมอ. เพิ่มการตรวจสอบสินค้ามาตรฐานบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็น 3,000 URL/เดือน พัฒนาระบบ AI และเร่งเพิ่มจำนวนสินค้ามาตรฐานบังคับที่เหลือ 53 มาตรฐาน , กรมการค้าต่างประเทศ เร่งพิจารณาคำขอใช้มาตรการ AD/AC/SG กับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยลดระยะเวลาการพิจารณาภายใต้กรอบเวลาตามกฎหมาย และระยะยาว จะเร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยที่ประชุม ยังได้เห็นชอบให้มีการจัดทำ MOU ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับ e-Commerce แพลตฟอร์ม โดยใช้มาตรการ Notice and Takedown เพื่อขอความร่วมมือให้แพลตฟอร์มนำสินค้าไม่มีคุณภาพมาตรฐาน ไม่ติดฉลากภาษาไทย หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออกจากแพลตฟอร์มซึ่งจะช่วยคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้เข้าถึงสินค้าไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน โดยคาดว่าจะลงนาม MOU ได้ ภายในต้นปี 2568
2. การส่งเสริมและต่อยอด SMEs ที่ประชุมได้มีการกำหนดแผนกิจกรรมทั้งการอบรมผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SMEs ต่อ GDP จาก 35.2% ในปี 2566 เป็น 40% ในปี 2570 และ 3. การป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว(Nominee) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเกี่ยวกับการปราบปราม/ดำเนินคดี และตรวจสอบนิติบุคคลที่กระทำความผิดนอมินี (Nominee) รวมทั้งได้มอบกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับเรื่องร้องเรียนความผิดเกี่ยวกับนอมินี เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการรับเรื่องร้องเรียนและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน - 4 ธันวาคม 2567 เราสามารถดำเนินคดีได้ทั้งหมด 747 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 11,720 ล้านบาท คือผลการดำเนินการที่เข้มข้นของทุกหน่วยงาน ซึ่งจะร่วมกันทำงานแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับทุกหน่วยงาน เพื่อให้ดูถึงบริษัทนอมินีที่มีความเสี่ยง โดยสามารถแจ้งข้อมูลต่างๆมาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่สายด่วน1570 และในระยะยาวเราจะแก้กฎหมายบางฉบับ เพื่อให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีอำนาจในการไม่จดทะเบียนการค้าให้กับบุคคลที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะบุคคลที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ และคณะกรรมการจะประชุมผลการดำเนินการทุกไตรมาสและรายงานเข้าสู่ ครม.ให้รับทราบอีกครั้งหนึ่ง
กสิกรไทย คงเป้าจีดีพีขยายตัว 2% - GULF ผนึก Singtel Group ร่วมพัฒนาเคเบิลใต้น้ำ
GULF ผนึก Singtel ร่วมพัฒนาเคเบิลใต้น้ำเชื่อมไทย–สิงคโปร์
EKH Grand Opening 'โรงพยาบาลบลูม' - UNIX ต่อยอด 2 ธุรกิจหลัก รับเมกะเทรนด์โลก
NER โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะเป้าสูง 6.50 บ.
EKH เปิด 'โรงพยาบาลบลูม' หนุนรายได้โตแกร่ง
UNIX เปิดเกมครึ่งหลังปี 69 โตต่อเนื่อง