Phones





MEAผนึก"ออริจิ้น"พัฒนาระบบอัจฉริยะ"Smart Eco"

2020-05-19 21:21:27 60




นิวส์ คอนเน็คท์ - MEA ผนึก "ออริจิ้น" พัฒนาระบบอัจฉริยะ Smart Eco หนุน Origin Smart City Ramintra สู่เมืองพลังงานทดแทน


เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ร่วมกับ นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อพัฒนาพื้นที่ภายใต้โครงการ ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา โดยการสร้างเมืองอัจฉริยะแบบ Smart Eco นำนวัตกรรมใหม่ประยุกต์ใช้หนุนพลังงานทดแทน วางระบบการบริหารจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่า ร่วมนำร่องการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ในกรุงเทพฯ ณ อาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ คลองเตย


นายกีรพัฒน์ กล่าวว่า MEA มุ่งมั่นขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ให้มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ไปพร้อม ๆ กับการใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพ โดยในครั้งนี้ MEA ได้ร่วมลงนามกับ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในบันทึกความเข้าใจโครงการร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อพัฒนาพื้นที่ภายใต้โครงการ “ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา” ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) แห่งแรกในเขตเมืองของออริจิ้นฯ โดยบทบาทของ MEA ที่มีต่อความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การสนับสนุนข้อมูลด้านระบบไฟฟ้าและข้อแนะนำทางเทคนิคเพื่อการบริหารจัดการพลังงานคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพทั้งภายในห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง การติดตั้งระบบสายไฟฟ้าใต้ดินเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าและลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้า รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าไฟฟ้า ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีในการผลักดันเมืองต้นแบบอัจฉริยะในด้าน Smart Eco ให้เป็นจริง และต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต


ด้านนายพีระพงศ์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา (Origin Smart City Ramintra) แลนด์มาร์คใหม่ที่ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ คอมมูนิตี้ มอลล์ ฯลฯ บนพื้นที่ประมาณ 13 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท ล่าสุด บริษัทได้จับมือกับการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะในพื้นที่โครงการ ให้ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะหรือ Smart Eco


ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาและนำระบบต่างๆ เข้ามาใช้ในพื้นที่โครงการ อาทิ ระบบการจัดการพลังงานภายในอาคาร (BEMS)ระบบการจัดการพลังงานภายในที่อยู่อาศัย (HEMS) การทำระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน การใช้ระบบกักเก็บไฟฟ้าร่วมกับพลังงานทดแทน เพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในโครงการ ทั้งภายในที่อยู่อาศัย พื้นที่ส่วนกลาง ตลอดจนอาคารต่าง ๆ มีการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด


“การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราในฐานะหนึ่งในผู้นำของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับ MEA เพื่อสร้างสรรค์ให้โครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา ของเรา กลายเป็นเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกๆ ของกรุงเทพฯ ช่วยลูกบ้านให้ได้ประหยัดพลังงาน ไปพร้อมกับช่วยเมืองและประเทศ นำร่องการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายพีระพงศ์ กล่าว



สำหรับโครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา เป็นโครงการเมืองอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond A Living Platform ประกอบด้วย 5 แกนสมาร์ท ได้แก่ 1.Smart Tech นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเอื้อต่อการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตแบบไร้รอยต่อ 2.Smart Eco สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย ผ่านการบริหารจัดการพลังงานด้วยเทคโนโลยีทันสมัย สร้างสังคมแห่งพลังงานทดแทน ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า 3.Smart Community สร้างอาณาจักรมิกซ์ยูสพร้อมบริการครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งการเป็นแหล่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพสายพันธุ์ใหม่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ 4.Smart Security เพียบพร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่มอบความอุ่นใจในการใช้ชีวิต 5.Smart Wellness นำนวัตกรรมอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการสุขภาพ รับทราบข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สร้างสมดุลชีวิต ทั้งนี้ ตัวโครงการเริ่มก่อสร้างเฟสแรก ซึ่งประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 8 ชั้น 8 อาคาร ส่วนเฟสสองและเฟสสามอยู่ในระหว่างช่วงพัฒนา ตั้งแต่เมื่อไตรมาส 4/2562 คาดว่าเฟสแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2564


>>>สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ทาง http://www.newsconnext.com
หรือติดตามผ่านช่อง Line@ ได้ที่ News Connext
ช่องทาง Fanpage Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/connextnews