Phones





กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาท 32.50-33.30 เกาะติดราคาน้ำมัน

2026-03-30 19:25:59 162



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – กรุงศรี ประเมินทิศทางค่าเงินในสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.50-33.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แนะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน รวมถึงข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ
 
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.30 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.88 ต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.35-33.06 โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ ขณะที่ตลาดปรับตัวผันผวน หลังราคาสินทรัพย์ต่างๆกลับทิศอย่างกะทันหันเมื่อประธานาธิบดี ทรัมป์ระบุว่าได้เลื่อนการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป
 
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจเรื่องการลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเรื่องข้อตกลงหยุดยิง โดยแผน 15 ข้อจากสหรัฐฯและข้อเสนอ 5 ข้อจากอิหร่านบ่งชี้ว่าแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงมีความไม่แน่นนอนสูง ในขณะเดียวกันตลาดกำลังให้ความสนใจต่อผลกระทบด้านเงินเฟ้อ โดยประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเริ่มเห็นสัญญาณขาดแคลนอุปทาน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 2,011 ล้านบาท และ 13,279 ล้านบาท ตามลำดับ
 
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ยิ่งสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ความตึงตัวด้านอุปทานจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยหากนักลงทุนปิดรับความเสี่ยงอย่างรุนแรง เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามตัวเลขจ้างงานเดือนมีนาคมของสหรัฐฯ แม้เชื่อว่าดอลลาร์จะกลับมาอ่อนค่าหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลายตัวลง แต่ในระยะสั้นดอลลาร์จะยังได้รับแรงหนุน เราคาดว่าธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้กรณีราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีแนวโน้มลากยาว โดยประธานอีซีบีแสดงท่าทีพร้อมขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเพื่อหวังว่าจะลดความจำเป็นในการคุมเข้มนโยบายมากกว่านี้ในภายหลัง
 
ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์ที่ความเสี่ยงในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มองว่าข้อได้เปรียบด้านอัตราผลตอบแทนจะมีบทบาทน้อยลงต่อทิศทางค่าเงิน เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางช็อกด้านราคาพลังงานมักส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป ขณะที่นักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย หลังกระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนก.พ.เติบโต 9.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่มูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น 31.8% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 2.83 พันล้านดอลลาร์