Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
UNIX ผลงานปี 69 เข้าเป้าชัวร์! - TPLAS ส่งซิกยอดขายโตสดใส
MAI
DOD ยกระดับการกำกับดูแล มุ่งสร้างความเชื่อมั่น
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง PHAT ลุยเข้า mai
บล./บลจ
InnovestX ส่องดัชนี SET ปี 69 ที่ 1,550-1,600 จุด
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
SCB EIC อัพเป้าจีดีพีโต 2% รับแรงส่งมาตรการรัฐ – ราคาน้ำมันลด
การค้า - พาณิชย์
พาณิชย์ยกทัพเจาะตลาดข้าวไทยในเกาหลีใต้
พลังงาน - อุตสาหกรรม
ซีอีโอ EASTW ย้ำการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึง ESG-ประชาชน
คมนาคม - โลจิสติกส์
i-Store ปิดดีล REIT รายแรก หนุนอุตสาหกรรมก้าวสู่ตลาดทุน
แบงก์ - นอนแบงก์
ยูโอบี งัดโปรโมชั่นตอบโจทย์ผู้บริโภค รับมือยุค Smart Spending
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
Atome จับมือ Konvy เปิดทางเลือก “ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง”
SMEs - Startup
TRIS อัพเกรดมาตรฐานความปลอดภัยรับยุคควอนตัม
ประกันภัย - ประกันชีวิต
TQMalpha ลุยแผน Jump+ อัพเบี้ยประกันโต 10%
รถยนต์
Autoclik จัดโปรโมชั่นพิเศษ “Mid Year Sale 2026”
ท่องเที่ยว
“CardX” จับมือ “ONYX Hospitality Group” ปลุกตลาดท่องเที่ยวพรีเมียม
อสังหาริมทรัพย์
A5 ต่อยอดความสำเร็จ “VANA” และ “CINQUIÈME” ลุยเปิดเฟสใหม่
การตลาด
JAS คลอดแพ็กเกจหนุนผู้ประกอบการ รับชมกีฬาระดับโลกถูกลิขสิทธิ์
CSR
TRIS อัพเกรดมาตรฐานความปลอดภัยรับยุคควอนตัม
Information
EXIM BANK จัดพิธีถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
Gossip
EKH ดีเดย์เปิดบริการ “รพ.บลูม” 3 ก.ค. นี้!
Entertainment
TTB เปิดโลกการเงินรูปแบบใหม่ผ่านกิจกรรม Inspiration Day
สกุ๊ป พิเศษ
บ้านปู ขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI และพลังงานสะอาด
GULF ไตรมาส 1/69 กำไรโต 9,326 ล้าน
2026-05-08 12:06:49
279
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - GULF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% และรายได้รวมอยู่ที่ 39,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ปักหมุดรายได้ปี 69 โต 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น พร้อมเข้าร่วมพัฒนาโครงการต่างๆ ตามนโยบายของภาครัฐ
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และรายได้รวมอยู่ที่ 39,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยในส่วนของธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากกลุ่ม GJP จำนวน 614 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 เติบโต 251% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากโครงการ IPP ทั้ง 2 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP ได้แก่ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ อุทัย (GUT) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ หนองแซง (GNS) มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมของประเทศที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ โครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD มีกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไร จากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 208 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69
ในส่วนของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ในไตรมาส 1/69 บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรเต็มไตรมาสจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (solar farms) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (solar farms with battery energy storage systems: solar BESS) ในประเทศ ซึ่งได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมอีก 7 โครงการ ในช่วงปลายปี 2568 รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 597 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการ solar farms และ solar BESS ที่ทยอยเปิดดำเนินการไปแล้วรวม 12 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,129 เมกะวัตต์
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแม่โขงในประเทศเวียดนาม บริษัทฯ ได้บรรลุข้อตกลงอัตราค่าไฟฟ้าใหม่กับการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ที่ 7.2 เซนต์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากอัตราค่าไฟฟ้าเดิมที่เคยถูกปรับลดลงชั่วคราวมาอยู่ที่ 3.9 เซนต์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ บันทึกรายได้ค่าไฟย้อนหลังตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 ถึงเดือนมกราคม 2569 เป็นจำนวน 636 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Borkum Riffgrund 2 (BKR2) ในประเทศเยอรมนีจำนวน 381 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 เพิ่มขึ้น 79% จากช่วงเดียกันปีก่อน
อีกทั้ง บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลกัลฟ์ จะนะ กรีน (GCG) จำนวน 50 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 ซึ่งพลิกจากผลขาดทุนจำนวน 30 ล้านบาท ในไตรมาส 1/68 โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนราคาไม้เฉลี่ยที่ลดลงจาก 1,155 บาท/ตัน ในไตรมาส 1/68 เป็น 668 บาท/ตัน ในไตรมาส 1/69 อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกดังกล่าวถูกชดเชยจากส่วนแบ่งกำไร core profit ที่ลดลงจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul โดยส่วนแบ่งกำไรปรับตัวลดลง 43% จาก 226 ล้านบาท ในไตรมาส 1/68 เป็น 130 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 จากความเร็วลมเฉลี่ยที่ลดลง
ในส่วนของธุรกิจทรัพยากร ในไตรมาส 1/69 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการ PTT NGD จำนวน 124 ล้านบาท ลดลง 49% จาก 242 ล้านบาท ในไตรมาส 1/68 โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์ เนื่องมาจากราคาน้ำมันเตาที่สูงขึ้น แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงในสัดส่วนที่สูงกว่าราคาน้ำมันเตาที่ลดลง โดยราคาน้ำมันเตาเฉลี่ยลดลงจาก 76.4 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาส 1/68 เป็น 74.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาส 1/69 สำหรับธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซธรรมชาติภายใต้ GLNG และ HKH ในไตรมาส 1/69 บริษัทฯ ได้นำเข้า LNG รวมทั้งสิ้น 18 ลำ หรือประมาณ 1.2 ล้านตัน ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจำนวน 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% จาก 85 ล้านบาท ในไตรมาส 1/68 จากปริมาณการนำเข้า LNG ที่เพิ่มขึ้นและการดำเนินกลยุทธ์ LNG optimization
นอกจากนี้ในไตรมาส 1/69 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก AIS จำนวน 4,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ AIS จากการเพิ่มขึ้นของ ARPU ทั้งจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือและธุรกิจ Fixed Broadband ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงจากต้นทุนโครงข่ายและคลื่นความถี่ที่ลดลง ทั้งนี้ เนื่องจากการควบรวมธุรกิจระหว่าง GULF และ INTUCH แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 บริษัทฯ จึงได้เปรียบเทียบการรับรู้กำไรจาก AIS ในไตรมาส 1/69 กับข้อมูลทางการเงินรวมเสมือนของไตรมาส 1/68 บนสมมติฐานว่าบริษัทใหม่ถือหุ้นใน AIS ในสัดส่วน 40.44% ตั้งแต่ต้นปี 2568
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 16,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับ 12,699 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 ในขณะที่กำไรสุทธิ (net profit) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) ในไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 9,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จาก 6,564ล้านบาท โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนตัวลงจาก 31.74 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็น 32.99 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569
ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงประมาณการการเติบโตของรายได้รวมในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการของโครงการใหม่ ซึ่งในปีนี้โครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมรวมประมาณ 700 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการ solar farms และ solar BESS ในประเทศจำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 623 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี (CM WTE) กำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ และโครงการ solar rooftop ภายใต้ GULF1 คาดว่าจะทยอยจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพิ่มอีก 60-70 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ของบริษัทฯ
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจพลังงาน ทั้งจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเมษายน ประกอบกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา จากค่า Capacity Payment ที่จะปรับเพิ่มขึ้นจาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก data center ในตลาด PJM นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ จะรับรู้ผลกำไรจากการจำหน่ายหุ้น 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลายให้ J-Power ประมาณ 1,900 ล้านบาท รวมถึงการรับรู้รายได้จากเงินปันผลรับจาก KBANK ประมาณ 2,800 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกระแสเงินสดและผลการดำเนินงานโดยรวมให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว สำหรับธุรกิจพลังงาน บริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าร่วมพัฒนาโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน (energy transition) รวมถึงโครงการนำร่อง direct PPA ประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจ data center นอกจากนี้
อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเข้าร่วมพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน กำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งรัฐบาลเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมพัฒนาเพื่อกระจายไฟฟ้าสะอาดสู่ภาคครัวเรือนทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งขยายฐานการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในยุโรปและสหราชอาณาจักร พร้อมแผนจัดตั้งสำนักงาน ณ กรุงลอนดอน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการการลงทุนและขับเคลื่อนการขยายธุรกิจในภูมิภาคยุโรปอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
นอกจากการเติบโตในธุรกิจพลังงานแล้ว บริษัทฯ ยังเห็นโอกาสการเติบโตในธุรกิจดิจิทัล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการพัฒนา data center ระดับ hyperscale และตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ควบคู่กับการให้บริการระบบคลาวด์ทั้งในรูปแบบ public cloud และ private cloud โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Oracle, Google และ Microsoft เพื่อพัฒนาบริการคลาวด์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร ลูกค้า SMEs หน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต่อยอดสู่เทคโนโลยี AI ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก อาทิ Google, Kore. ai และ Agibot เพื่อพัฒนาโซลูชันดิจิทัลในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
UNIX ผลงานปี 69 เข้าเป้าชัวร์! - TPLAS ส่งซิกยอดขายโตสดใส
SPREME หุ้น System Integrator ครบเครื่อง - LHFG ผลงานโดดเด่นสะดุดตา
SCB อัพเป้าจีดีพีขยายตัว 2% - PANEL JUMP+ หนุนโดดเด่น
SINO ขนส่งทางทะเลนิวไฮในรอบ 5 เดือน
TEGH ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 - KBANK คลอดนวัตกรรมการเงิน อ้างอิงดัชนีหุ้นSETESG
ตลท. สร้างคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ New Breed CMFP