Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
EPG ตั้งเป้ายอดขาย 13,800 ล้านบ. - TSE เร่งลงทุน Solar Big Lot
MAI
EMPIRE ผถห. ไฟเขียวทุกวาระ ชู New S-Curve เสริมแกร่งยั่งยืน
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง PHAT ลุยเข้า mai
บล./บลจ
SCB WEALTH เดินเกมเจาะกลุ่มลูกค้า Prime
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาท 32.20-32.80 บ./ดอลลาร์ จับตาเจรจาสันติภาพ
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank จัดใหญ่ “TikTok Live Commerce EXPO” ปลุกเพิ่มรายได้ขายไฟลุก
พลังงาน - อุตสาหกรรม
SCB EIC ชี้ปัญหาฮอร์มุซ ผลักดัน ‘New normal’ ตลาดน้ำมันโลก
คมนาคม - โลจิสติกส์
SINO เปิดเพิ่ม 2 คลังสินค้าให้เช่า ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง
แบงก์ - นอนแบงก์
ยูโอบี จับมือ สถานทูตอิตาลี มอบเอกสิทธิ์ด้านการเดินทาง
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
Atome จับมือ Konvy เปิดทางเลือก “ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง”
SMEs - Startup
เหมียวจด เปิดตัวฟีเจอร์ “เหมียวดู” เปลี่ยนเรื่องการใช้เงินให้เข้าใจง่าย
ประกันภัย - ประกันชีวิต
กรุงเทพประกันภัย จัดโปรฯ คุ้ม 3 ต่อ ร่วมฉลอง Pride Month
รถยนต์
“เอ็กซ์เผิง” ผนึกกำลัง “MMS” เปิดตัว ‘MMS Body and Paint’ ราชพฤกษ์
ท่องเที่ยว
AirAsia MOVE มอบสิทธิเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี 1 ครั้ง
อสังหาริมทรัพย์
A5 ผนึก SPA ลุยโครงการ “Let’s Relax Wellness Destination”
การตลาด
CH ยกทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ บุกงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026
CSR
เหมียวจด เปิดตัวฟีเจอร์ “เหมียวดู” เปลี่ยนเรื่องการใช้เงินให้เข้าใจง่าย
Information
KGI DW13 แจกโค้ดเติมน้ำมัน 200 บาท
Gossip
NER ลุ้นรายได้ปัง! ราคายางโลกพุ่งต่อเนื่อง
Entertainment
เมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรม “PUPPY YOGA BKK”
สกุ๊ป พิเศษ
"ประกันภัย" ยังเป็นธุรกิจแห่งอนาคต เติบโตระยะยาว
SCB CIO มองความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน กระทบตลาดหุ้นโลกจำกัด
2022-02-03 19:56:53
573
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - SCB CIO
ประเมินความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนเป็นปัจจัยเฝ้าระวัง มองผลกระทบช่วงสั้นจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจะตกอยู่กับตลาดการเงินรัสเซีย
ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้นโลกโดยรวมยังคงจำกัด แนะทยอยลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปได้ต่อ จากผลประกอบการที่ยังโตต่อเนื่อง รวมถึงการปรับนโยบายการเงินตึงตัวของ ECB
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส
SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB CIO มองปัญหาความขัดแย้งและผลกระทบจากแนวโน้มการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซีย-ยูเครนและชาติมหาอำนาจนำโดยสหรัฐฯ และอังกฤษ มีแนวโน้มยืดเยื้อ แม้โอกาสการเกิดสงครามเต็มรูปแบบค่อนข้างตํ่า เนื่องจากการทำสงครามเต็มรูปแบบจะเกิดผลเสียอย่างมหาศาลทั้งกับรัสเซีย สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ
โดยมาตรการคว่ำบาตรจากกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ( NATO)
ที่มีแนวโน้มถูกนำมาใช้จะส่งผลกระทบทางลบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินรัสเซีย ในส่วนของสหภาพยุโรป มีแนวโน้มจะประสบปัญหาความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในสัดส่วนสูง โดยการส่งออกก๊าซธรรมชาติ (
LNG)
ของรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของปริมาณการใช้ก๊าซของยุโรปในปี 65 และสหรัฐฯ จะเกิดปัญหาเงินเฟ้อที่เร่งตัวต่อเนื่องจะยิ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ(
Fed
) ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าเดิม ซึ่งจะกระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้
ในระยะสั้นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ รายละเอียดการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ (economic sanctions) ที่อาจนำมาใช้ต่อรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจและตลาดเงินของรัสเซีย และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในยุโรป รวมถึงสถาบันการเงินและภาคธุรกิจของยุโรปที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจในรัสเซีย
โดยความตึงเครียดส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงของรัสเซีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นรัสเซียที่ปรับลงและค่าเงินรัสเซียที่อ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดย
MOEX index ปรับลดลงราว 7% นับจากช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน และเคยปรับลงมากสุดถึง 15% จากช่วงต้นปีระหว่างวันที่
18-19
ม.ค. ซึ่ง
valuation
ของ
MOEX index
ปรับลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 4.7 เท่าบน 12-
month forward P/E และ 5-year CDS spread
ของรัสเซียได้เพิ่มขึ้นกว่า 200
bps แต่ยังเพิ่มขึ้นน้อยกว่าระดับราว 600 bps
ในเดือนม.ค.58 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความตึงเครียดในรอบนี้ส่งผลต่อตลาดรัสเซีย ไม่ได้รุนแรงมากนักเมื่อเทียบกับอดีต รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักของรัสเซีย เช่น ราคาแพลเลเดียม ที่ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านราคารุนแรงมาก และเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี
ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดยุโรป ในภาพรวมมองผลกระทบโดยตรงยังมีแนวโน้มจำกัด
จากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1)ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป (EU natural gas price) ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ต้นปีและพึ่งผ่านจุดสูงสุดของราคาในช่วงปลายปี 64 (2) ราคาหุ้นสินค้าอุปโภคคงทน (consumer durables) และหุ้นสถาบันการเงินของยุโรปส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับลงมากจากเหตุการณ์ (3) คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในช่วง 1 ปีข้างหน้าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าตลาดไม่ได้กังวลมากนักถึงสถานการณ์เงินเฟ้อจากความขัดแย้งปัจจุบัน (4) credit spread ของ EU HY กลับแคบลงเมื่อเทียบกับ US HY สะท้อนว่าความเสี่ยงต่อตลาดหุ้นกู้ยุโรปโดยรวมไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ดังนั้น จึงพอสรุปได้เบื้องต้นว่า ความผันผวนด้านราคาของสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดยุโรปส่วนใหญ่มีแนวโน้มมาจากความกังวลด้านการถอนสภาพคล่องของ Fed ในช่วงก่อนหน้ามากกว่าประเด็นรัสเซีย-ยูเครนโดยตรง มองตลาดหุ้นยุโรปในช่วงสั้นยังอยู่ในแนวโน้มพักฐานเพื่อรอความชัดเจนในการเจรจาหาข้อสรุป
ในส่วนของผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ค่อนข้างมีผลชัดเจนมากที่สุดในบรรดาสินทรัพย์เสี่ยง โดยราคาทองคำปรับขึ้นได้ในช่วงสั้นก่อนจะปรับลดลงในช่วงปลายเดือน ม.ค. ในขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องราว 15%
นับจากช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน โดยมาจากหลายปัจจัย เช่น อุปสงค์การใช้น้ำมันช่วงหน้าหนาวที่เร่งตัวในขณะที่อุปทานน้ำมันยังตึงตัว และจากเหตุการณ์กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนที่ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งไม่ได้มาจากเรื่องความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม SCB CIO
มองว่าประเด็นรัสเซีย-ยูเครนมีส่วนสร้าง
sentiment
เชิงบวกต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้จากการที่รัสเซียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกในส่วนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แพลเลเดียมและนิกเกิล ในขณะที่ยูเครนเป็นผู้ผลิตรายสำคัญในส่วนของข้าวโพดและข้าวสาลี มองราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมันและสินค้าเกษตรยังทรงตัวในระดับสูงในช่วงสั้น
ทั้งนี้ SCB CIO
ยังคงแนะนำทยอยลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปได้ต่อ เนื่องจากมองดัชนี Europe STOXX 600 ยังมี 2022 EPS growth ในระดับที่สูงราว 7-8% และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงมีแนวโน้มปรับนโยบายการเงินตึงตัวช้ากว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และคาดความผันผวนในตลาดการเงินโลกจากประเด็นความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครนจะสูงเพียงระยะสั้น
ขณะที่ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ นักลงทุนที่มีการถือครองตราสารหนี้และหุ้นธนาคารในยุโรป เช่น Raiffeisen, OTP Bank, UniCredit, Société Générale
และ
ING
ควรต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากธนาคารเหล่านี้มีการดำเนินธุรกิจผ่านการปล่อยกู้และรับรู้รายได้บางส่วนจากรัสเซีย แต่คาดว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปไม่รุนแรง เนื่องจาก
ECB
ประกาศเพิ่มมาตรการรองรับสำหรับธนาคารยุโรปที่อาจได้รับผลกระทบข้างต้นแล้ว โดยมีการเร่งเตรียมเงินสำรองให้เพียงพอเพื่อรองรับความเสี่ยงและความผันผวนด้านสภาพคล่องและเครดิตที่อาจเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า
EPG ตั้งเป้ายอดขาย 13,800 ล้านบ. - TSE เร่งลงทุน Solar Big Lot
TSE Q2/69 เร่งพัฒนา Solar Big Lot เฟส 2
EPG กางแผนธุรกิจปีบัญชี 69/70 เป้ายอดขาย 13,800 ล้านบ.
SNPS กลุ่ม ODM เด่น ดันกำไรโต 31% - PCE ลุยลงทุนโรงสกัด CPO แห่งที่ 2
COCOCO ติดตามความคืบหน้าโรงงานใหม่ฟิลิปปินส์
STI ลุยประมูลงานใหม่เสริมแกร่ง - RT รุกเพิ่มกระแสเงินสด