Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
ตลท. ชี้! ต่างชาติเชื่อมั่นตลาดทุนไทย - ออมสิน แผนปี 69 ลุยช่วยลูกค้าฐานราก
MAI
I2 ชูธงปี 69 ลุยประมูลงานใหม่กว่า 5.7 พันล้านบ.
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “QUICK” ลุยแผนเข้า mai
บล./บลจ
ตลท. เสริมภูมิคุ้มกันคนไทย รู้ทันภัยหลอกลงทุน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี ชี้เงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.00-32.70
การค้า - พาณิชย์
EXIM BANK แนะผู้ส่งออกหาเส้นทางขนส่งทางเลือกไป ตอ.กลาง
พลังงาน - อุตสาหกรรม
AKP ย้ำจุดแข็งธุรกิจเตาเผาขยะอุตสาหกรรม
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE กางแผน JUMP+ ชู AI-ดิจิทัล เสริมบริการโลจิสติกส์ครบวงจร
แบงก์ - นอนแบงก์
SCB คลอดสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน เติมทุนช่วยเอสเอ็มอี
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
‘เงินไชโย’ ผนึก ‘RSiam’ ชู ‘มิวสิก มาร์เก็ตติ้ง’ ขับเคลื่อนแบรนด์
SMEs - Startup
สกิลแคมป์ จับมือ CIPAT เปิดโครงการ Cybersecurity BootKamp
ประกันภัย - ประกันชีวิต
TQR ปี 69 ประกันภัยต่อ EV–Cyber–PA โตเด่น
รถยนต์
GPI โชว์ความสำเร็จงาน Motor Show กวาดยอดจองรวมทะลุ 1.35 แสนคัน
ท่องเที่ยว
Atome ประเทศไทย จับมือ Agoda ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว
อสังหาริมทรัพย์
BAM เล็งจ่ายปันผล 2 ครั้ง/ปี เสริมความมั่นใจ ผถห.
การตลาด
i-Store ชูกลยุทธ์ Supply Drives Demand ปั้นรายได้โต 200%
CSR
สกิลแคมป์ จับมือ CIPAT เปิดโครงการ Cybersecurity BootKamp
Information
SMARTHOME คว้า 2 รางวัลเกียรติยศแห่งปี
Gossip
COCOCO เสิร์ฟหุ้นกู้อายุ 2–3 ปี ยีลด์หอม 4.85–5.05%
Entertainment
"กรุงศรี ออโต้" เปิดพฤติกรรมคนซื้อรถยุคใหม่ในงานมอเตอร์โชว์
สกุ๊ป พิเศษ
PTG เดินหน้าธุรกิจปีม้าไฟ รุกพัฒนา Max World Ecosystem
CIMBT หั่นจีดีพีเหลือ3.1% ส่องราคาน้ำมันทะลุ 120 เหรียญ
2022-04-07 19:18:19
9200
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - CIMBT ปรับลดจีดีพีของไทยในปี 65 เหลือ 3.1% จากเดิมมองไว้ที่ 3.8% แม้ประเมินเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 1/65 ฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่องจากปีก่อน โดยส่งออกยังคงเติบโตโดดเด่น แต่มองยังมีปัจจัยเสี่ยง รวมถึงราคาน้ำมันที่คาดว่าจะทำจุดสูงสุดในไตรมาส 2/65 ที่ระดับสูงกว่า 120 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2565 ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความผันผวนจากความไม่แน่นอนตั้งแต่ช่วงต้นปี 65 ทั้งจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอน การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่ทำให้ราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่แพง ตามมาด้วยสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่นำไปสู่ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้างความกังวลต่อการเร่งขึ้นของเงินเฟ้อทั่วโลกไม่แค่เฉพาะไทย
นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงทางฝั่งเอเชียเผชิญความเสี่ยงของการออกมาตรการควบคุมกฎระเบียบต่อบริษัทจีนและการกลับมาออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโควิดอีกครั้งในประเทศจีน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้น่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด รวมทั้งการลดงบดุลเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่จะยิ่งทำให้การใช้จ่ายและการลงทุนภาคเอกชนชะลอต่อเนื่องได้ในปีนี้ ด้วยปัจจัยเสี่ยงที่รุมเร้าเช่นนี้ สำนักวิจัยฯ ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ลงจาก 3.8% เหลือ 3.1% หลังจากที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 1.6% ในปี 64
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1/65 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยช่วงต้นปี 65 การส่งออกยังคงขยายตัวโดดเด่น แม้มีปัญหาค่าระวางเรือสูง การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และปัญหาการขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่กระทบภาคการผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ แต่เศรษฐกิจประเทศสำคัญยังมีความต้องการสินค้าที่สูง แม้อาจไม่ได้เร่งแรงเหมือนปีก่อนตามปัญหาเงินเฟ้อในแต่ละประเทศที่กดดันการบริโภคและการลงทุน แต่เศรษฐกิจในหลายประเทศยังเติบโตได้สูงกว่าศักยภาพ ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออกไทยในปีนี้
นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนของไทยช่วงไตรมาส 1/65 ยังน่าจะประคองตัวได้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกำลังซื้อระดับกลางถึงบนที่มีความเชื่อมั่นและความมั่นคงทางการเงิน ตลอดจนมาตรการภาครัฐที่สนับสนุนการบริโภคผ่านการลดหย่อนภาษีน่าจะช่วยให้การใช้จ่ายไม่ได้ชะลอแม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูง อีกทั้งรัฐได้มีมาตรการประคองกำลังซื้อผ่านมาตรการคนละครึ่ง ซึ่งน่าจะช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายในหมวดอาหารและเครื่องดื่มได้บ้าง
ทั้งนี้ หากมองต่อไปในช่วงไตรมาส 2/65 เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้นกว่าช่วงไตรมาส 1/65 โดยคาดว่า GDP ไทยในช่วงไตรมาส 2/65 จะขยายตัว 2.3% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหรือ 0.8% เทียบไตรมาสต่อไตรมาสหลังปรับฤดูกาล โดยได้ตั้งข้อสังเกตของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ดังนี้ การท่องเที่ยวกระเตื้องขึ้น เมื่อความเชื่อมั่นฟื้น และเชื่อว่าคนอยู่ร่วมกับโควิดได้ การท่องเที่ยวน่าจะกระเตื้องขึ้น แม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะยังสูงกว่าหมื่นรายต่อวัน แต่เมื่อได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากพอ และอาการไม่รุนแรง รัฐบาลไม่น่าจะกลับมาล็อกดาวน์อีกและพร้อมเดินหน้าเปิดประเทศและลดข้อจำกัดต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวจากต่างชาติและคนไทยในประเทศ
อย่างไรก็ตามตาม ฝ่ายวิจัยไม่ได้คาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 2/65 มากกว่า 5 แสนราย เนื่องจากไม่ได้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวในฝั่งตะวันตก จีนยังไม่เปิดประเทศ และปัญหาค่าเงินรัสเซียอ่อนค่าน่าจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียลดลง
ขณะที่ภาคการส่งออกยังขยายตัว แม้อาจชะลอไปบ้างจากไตรมาสแรก แต่ด้วยการส่งออกสินค้าเกษตร ปิโตรเคมี และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ที่ราคาขยับขึ้นตามราคาน้ำมันน่าจะพยุงการส่งออกได้ อีกทั้งการส่งออกสินค้ากลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน และกลุ่มอาหารแปรรูปที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันและตลาดสำคัญ เช่นสหรัฐ ยุโรป และอาเซียนยังคงเติบโตได้ นอกจากนี้ เงินบาทที่อ่อนค่าจะยังคงพยุงรายได้จากการส่งออกได้ แต่ที่น่ากังวลน่าจะเป็นกลุ่มผู้นำเข้า เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงตามค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกดดันให้ไทยขาดดุลการค้าได้ในปีนี้
สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐแผ่ว แม้มีมาตรการพยุงกำลังซื้อ แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ จึงทำให้ไม่สามารถครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงได้ทั้งหมด และอาจส่งผลให้กำลังซื้อของคนรายได้น้อยอ่อนแอลง โดยมาตรการพยุงค่าครองชีพที่ออกมา แม้มีส่วนช่วยให้คนสามารถใช้น้ำมันดีเซลในราคาถูก ลดต้นทุนการขนส่ง แต่ก็อาจบิดเบือนกลไกตลาด และอาจทำให้ไทยขาดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานในระยะยาว ซึ่งอาจเห็นการแยกคนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจเพื่อกันไม่ให้ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้อันจะช่วยลดงบประมาณที่จำกัด แต่โดยสรุป การใช้จ่ายภาครัฐในปีนี้ที่ลดลงจากปีก่อนน่าจะไม่ใช่พระเอกในไตรมาส 2/65
ในส่วนของเอกชนอาจยังรอลงทุนโครงการใหม่ โดยเฉพาะหากมีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพของรัฐบาลและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เนื่องจากไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งผู้แทนราษฎรและกำลังจะเปลี่ยนรัฐบาลในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยการเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกตั้งจะเป็นกลไกสากลตามระบอบประชาธิปไตย และหากรัฐบาลปัจจุบันสร้างความชัดเจนว่า นโยบายการลงทุนจะไม่เปลี่ยนแปลงแม้ใครเข้ามาบริหารประเทศต่อก็ตาม ก็จะช่วยให้ประเทศไทยเป็นที่หมายตาของนักลงทุนต่างชาติที่อยากย้ายฐานการผลิตจากจีนเพื่อเลี่ยงการล็อกดาวน์จากปัญหาโควิด และการย้ายฐานเพื่อเลี่ยงปัญหาสงครามการค้ากับสหรัฐ
ด้านค่าเงินบาท มีโอกาสอ่อนค่าแตะระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกตามปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูง ซึ่งมีผลให้ไทยขาดดุลการค้า ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ค่าขนส่งสินค้าแพงขึ้น อีกทั้งจะมีเงินโอนจ่ายเงินปันผลไปต่างประเทศช่วงไตรมาส 2/65 ที่มาก ทำให้ไทยขาดดุลบัญชีบริการและรายได้ ประกอบกับในช่วงไตรมาส 2/65 ทางเฟดน่าจะขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วและแรงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และยิ่งจะส่งผลให้เงินไหลออกจากตลาดพันธบัตรไทย ที่ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยไทยและสหรัฐจะกว้างขึ้นเร็ว
ทั้งนี้ เชื่อว่าเงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งปีหลังและแตะระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ในช่วงปลายปีจากปัจจัยความเชื่อมั่นที่มีมากขึ้นในตลาดทุนโลกหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป และตลาดทุนรับรู้ข่าวนี้ไปในช่วงไตรมาส 2/65 แล้ว ขณะที่ไทยจะเริ่มมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่มากขึ้น ราคาน้ำมันเริ่มปรับย่อลงหลังมีการเพิ่มกำลังการผลิตจากฝั่งโอเปกที่มากพอจะทันอุปสงค์น้ำมันที่ปรับขึ้นก่อนหน้า และจากการคาดการณ์ว่าแบงก์ชาติจะเริ่มขยับดอกเบี้ยขึ้นได้หลังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ซึ่งน่าจะดึงดูดนักลงทุนให้กลับเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อเก็งกำไรค่าเงินบาทที่จะแข็งค่าได้ต่อเนื่องในปีหน้า
โดยคาดว่า อัตราเงินเฟ้อช่วงไตรมาส 2/65 อาจเฉียดระดับ 5% และทั้งปีอยู่ที่ 4.5% จากสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่จะถึงจุดสูงสุดที่ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาส 2/65 ก่อนปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลังและเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ตลท. ชี้! ต่างชาติเชื่อมั่นตลาดทุนไทย - ออมสิน แผนปี 69 ลุยช่วยลูกค้าฐานราก
TEGH โหวตผ่าน ปันผล 0.22 บ./หุ้น ผถห.รับทรัพย์ 22 พ.ค.นี้
SSP โหวตจ่ายปันผล 0.205 บ./หุ้น ขึ้น XD 5 พ.ค. 69
EKH ควัก 240 ล. ปันผล 0.30 บ./หุ้น - ORN ชู Resilient Growth อัพโตยั่งยืน
TGE ปักหมุดปี 75 ดันกำลังผลิตแตะ 200 MW
EKH ควัก 240 ล้านบ. อนุมัติปันผลหุ้นละ 0.30 บาท