Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
STI เดินเกมประมูลงานใหม่ เสริมแกร่ง Backlog
MAI
HANN เดินหน้าลงทุนอาคารใหม่ หวังเพิ่มศักยภาพการรับผู้ป่วย
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง PHAT ลุยเข้า mai
บล./บลจ
orbix ลุยเพิ่ม 19 เหรียญใหม่ เปิดตัวฟีเจอร์ “เทรดด่วน”
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาท 32.20-32.80 บ./ดอลลาร์ จับตาเจรจาสันติภาพ
การค้า - พาณิชย์
บสย. เดินหน้าเสริมสภาพคล่อง SMEs
พลังงาน - อุตสาหกรรม
SCB EIC ชี้ปัญหาฮอร์มุซ ผลักดัน ‘New normal’ ตลาดน้ำมันโลก
คมนาคม - โลจิสติกส์
PRM รุกตลาดขนส่งน้ำมันอากาศยานยั่งยืน
แบงก์ - นอนแบงก์
KBANK ร่วมกับ “Ant International” ยกระดับการโอนเงินระหว่างประเทศ
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
Atome จับมือ Konvy เปิดทางเลือก “ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง”
SMEs - Startup
READY ปักหมุดกลยุทธ์ E-Commerce เปิดตัว “AI WebMax”
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ “บิวกิ้น-พีพี" พรีเซ็นเตอร์
รถยนต์
“เอ็กซ์เผิง” ผนึกกำลัง “MMS” เปิดตัว ‘MMS Body and Paint’ ราชพฤกษ์
ท่องเที่ยว
AirAsia MOVE มอบสิทธิเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี 1 ครั้ง
อสังหาริมทรัพย์
PROUD แย้ม Q2/69 ดีเดย์โอน ‘ROMM Convent’
การตลาด
CH ยกทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ บุกงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026
CSR
READY ปักหมุดกลยุทธ์ E-Commerce เปิดตัว “AI WebMax”
Information
บสย. เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
Gossip
MPJ ลุยบริหารต้นทุน ปรับกลยุทธ์–ดัน ERP
Entertainment
CREATIVE TALK ผนึก ศุภาลัย จัดงาน CTC2026
สกุ๊ป พิเศษ
"ประกันภัย" ยังเป็นธุรกิจแห่งอนาคต เติบโตระยะยาว
คปภ.คาดเบี้ยประกันรับปี66 ทะยาน8.9แสนล.โต1.95%
2022-11-07 07:23:02
1341
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - คปภ.คาดการร์เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงปี 65 อยู่ที่ 6.14 แสนล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 8.9 แสนล้าน ในปี 66 เติบโต 1.95% ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพยังฮิต รุกหารือภาคธุรกิจ หาข้อสรุปเบี้ยประกันภัยรถ EV
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ประมาณการเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงของปี 2565 จากสถานการณ์ปัจจุบันประมาณการเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง จากข้อมูลรายงานแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินกิจการของบริษัท (รายงาน XML จากระบบ CRR) คาดจะมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงประมาณ 886,211 ล้านบาท เติบโตประมาณ +0.10% ถึง +2.10% แบ่งเป็น ประมาณการเบี้ยประกันชีวิต จำนวน 614,917 ล้านบาท เติบโตประมาณ -0.82% ถึง +1.18% สอดคล้องกับการประมาณการของสมาคมประกันชีวิตไทย (ประมาณการไว้ +0.00% ถึง +2.50%) และ เบี้ยประกันวินาศภัย จำนวน 271,293 ล้านบาท เติบโตประมาณ +2.25% ถึง +4.25% สอดคล้องกับการประมาณการของสมาคมประกันวินาศภัยไทย (ประมาณการไว้ +3.50 ถึง +4.50%)
สำหรับประมาณการเบี้ยประกันภัยเต็มปี 2566 จะมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงประมาณ 894,600 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตประมาณ -0.05% ถึง +1.95% ในส่วนของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตสูงขึ้น คือ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพ ส่วนผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตสูงขึ้น คือ ประกันภัยรถยนต์ซึ่งยังคงครองแชมป์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ รวมทั้งมาตรการเปิดประเทศของภาครัฐที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยว ส่งผลให้ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะกลับมาได้รับความนิยมมากขึ้น
นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (รถ EV) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการยานยนต์ เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยปัจจุบันมีรถ EV จดทะเบียนรวมทุกประเภท ประมาณ 20,000 คัน ซึ่งบริษัทประกันภัยจะกำหนดเบี้ยรถ EV สูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนนำระบบประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงรถ EV สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย พัฒนา ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย จึงได้มีการประชุมหารือกับภาคธุรกิจประกันภัยที่มีการรับประกันภัยรถ EV รวมทั้งผู้แทนจากคณะกรรมการยานยนต์และสมาคมประกันวินาศภัยไทยเพื่อแก้ไขปัญหาค่าเบี้ยประกันภัย โดยที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัย บริษัทประกันภัยจะยังไม่มีการขึ้นเบี้ยประกันภัยในช่วงนี้ แม้ว่า Loss Ratio ของรถกลุ่มนี้จะสูงกว่ารถสันดาปค่อนข้างมากก็ตาม
สิ่งที่สำนักงาน คปภ. จะดำเนินควบคู่กันไป โดยกำหนดแผนดำเนินการในปี 2566 คือ จะมีการเก็บรวบรวมสถิติการรับประกันภัยรถ EV และศึกษารูปแบบการประกันภัยเพื่อจัดทำพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถ EV ให้มีความคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกันภัยสอดคล้องกับความเสี่ยงและต้นทุนในการรับประกันภัย อันจะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ อีกทั้ง จะเป็นทางเลือกให้กับประชาชนผู้ใช้รถ EV สามารถเข้าถึงเบี้ยประกันภัยที่ถูกลงได้
สำหรับปัญหา กรณีประกันภัยโควิด-19 แบบ เจอ จ่าย จบ สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของธุรกิจประกันภัยให้กลับคืนมาโดยเร็ว โดยมีการเร่งปรับปรุงกลไกในการกำกับดูแลแบบ proactive actions และบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้คำนึงถึงการป้องกันปัญหาเช่นเดียวกับกรณีประกันภัยโควิด-19 แบบ เจอ จ่าย จบ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยมีแผนดำเนินการ ดังนี้
ออกคำสั่งนายทะเบียนเพื่อตีความเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ในข้อที่เกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาประกันภัยให้ชัดเจนและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วย
ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นการอุดช่องว่างและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากประกันภัยโควิด-19 ที่ผ่านมา ซึ่งมีบริษัทประกันภัยบางแห่งนำเงื่อนไขไปใช้หรือตีความถ้อยคำที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย จนนำไปสู่ปัญหาการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ทั้งนี้ เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาที่ปรากฏอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัย เป็นเงื่อนไขที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่การนำเงื่อนไขไปใช้ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักความสุจริตประกอบด้วย อีกทั้ง ข้อความที่ปรากฏอยู่ในเงื่อนไขก็ไม่ได้อนุญาตให้บริษัทประกันภัยสามารถบอกเลิกสัญญาได้ตามอำเภอใจแบบเหมาเข่ง โดยที่ผู้เอาประกันภัยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดเงื่อนไขในสาระสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องตีความในทางที่เป็นคุณแก่ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้บริโภค ดังนั้น บริษัทจึงไม่อาจใช้หรือตีความเงื่อนไขดังกล่าวในทางที่เป็นโทษแก่ผู้เอาประกันภัยได้
สำหรับแนวทางการดำเนินการเพื่อคุ้มครองประชาชนผู้เอาประกันภัย กรณีบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) นั้น เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ฟื้นฟูกิจการและตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน ภายหลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งดังกล่าว เพื่อเป็นการกำกับดูแลในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการ นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ คปภ. ได้มีคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งให้บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) แก้ไขฐานะและการดำเนินการของบริษัท ซึ่งการออกคำสั่งนายทะเบียนนี้จะช่วยให้สำนักงาน คปภ. สามารถติดตามการแก้ไขฐานะทางการเงิน การดำเนินงานของบริษัท พร้อมทั้งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนได้เต็มที่ โดยกำหนดให้บริษัทต้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินการให้สำนักงาน คปภ. ทราบ ทุก 7 วัน
ในระหว่างนี้ สำนักงาน คปภ. ได้มีการประสานงานกับกรมบังคับคดีเกี่ยวกับแนวทางการดูแลประชาชนผู้เอาประกันภัย ซึ่งการแก้ไขฐานะการเงินของบริษัทคาดว่าจะมีความชัดเจนเมื่อบริษัทส่งแผนการฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายใต้ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และในระหว่างนี้บริษัทยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ ศาลล้มละลายกลาง กรมบังคับคดี โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และสำนักงาน คปภ. ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย
STI เดินเกมประมูลงานใหม่ เสริมแกร่ง Backlog
RT ตุน Backlog 5.6 พันล. เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด
MTC ปลื้ม! หุ้นกู้ 5 ชุดใหม่ มูลค่า 10,000 ล้านบ. "ขายเกลี้ยง"
EPG โชว์งบปีบัญชี 68/69 กำไร 1.3 พันล. - PROUD Backlog แน่น 5.3 พันล.
APCO รุกตลาดในประเทศ เสริมแกร่งผลงาน Q2/69
ETL ปรับเกมธุรกิจ Q2/69 มุ่งกลยุทธ์ทำกำไรETL