Phones





STX ลุยซื้อเหมืองหิน จ.เพชรบุรี โชว์งบนิวไฮรอบ 5 ปี

2025-03-04 16:53:59 148



นิวส์ คอนเน็คท์ - STX ขยายอาณาจักร เดินหน้าซื้อเหมืองหินแห่งใหม่ที่ จ.เพชรบุรี รองรับดีมานด์ก่อสร้างจากเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ-โครงการ EEC ที่ขยายตัวในอัตราเร่ง ประกาศผลงานปี 67 ทุบสถิติรายได้-กำไรในรอบ 5 ปี โดยกำไรสุทธิโตแรง 36% รายได้รวม 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% พร้อมแจกปันผลเพิ่ม 0.10 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 14 มี.ค. 68

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนวัน จำกัด (มหาชน) หรือ STX ผู้นำในอุตสาหกรรมเหมืองหินและแร่ เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัททำสถิติรายได้และกำไรสูงสุดในรอบ 5 ปี นับจากปี 2563 ด้วยความเชี่ยวชาญด้านหินอุตสาหกรรมและแร่โดโลไมต์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ทำให้ STX อยู่ในจังหวะเติบโต ด้วยศักยภาพธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมีแผนขยายเหมืองใหม่ รองรับดีมานด์จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ มอเตอร์เวย์, รถไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงการก่อสร้างภาคเอกชนที่โตรองรับการขยายเมือง 

ปัจจุบัน STX อยู่ระหว่างการเข้าซื้อเหมืองใหม่ที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เป็นเหมืองหินปูนที่ได้รับอนุญาตประทานบัตร เป็นอายุประทานบัตร 29 ปี ด้วยปริมาณสำรองหินปูนตามประทานบัตร 25 ล้านตัน จะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองหินอุตสาหกรรม และทำให้บริษัทสามารถรองรับคำสั่งซื้อในอนาคตได้มากขึ้น โดยจะนำเสนอแผนการลงทุนของเหมืองใหม่เพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนปีนี้ สนับสนุนโอกาสการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทฯ มีกําไรสุทธิ 51.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.72 ล้านบาท หรือเติบโต 36.1% มีรายได้รวม 456.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.31 ล้านบาท หรือ 23% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์หินแกรนิตจากเหมืองหนองข่าที่เพิ่มขึ้นถึง 89.63 ล้านบาท จากภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างในแถบภาคตะวันออกมีการเร่งเดินหน้าในโครงการขนาดใหญ่ และปริมาณหินก่อสร้างขนาด 20 มม. มีความต้องการสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาของหินแกรนิตปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์แร่โดโลไมต์ มียอดขายเพิ่มขึ้น 30.52 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัว จากอุตสาหกรรมเหล็กและกระจกที่เติบโต ในส่วนของผลิตภัณฑ์หินปูนมียอดขายลดลง 28.95 ล้านบาท จากการชะลอตัวของภาคการก่อสร้างโดยรวมในพื้นที่แถบจ.ราชบุรี ทำให้ความต้องการหินก่อสร้างลดลงและการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นจากเหมืองใกล้เคียง ส่งผลให้ภาพรวมในปี 2567 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากหินแกรนิต หินปูน และแร่โดโลไมต์ อยู่ที่ 48%, 37% และ 15% ของรายได้ตามลำดับ

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเดินหน้า ESG ควบคู่กับการขยายตัวทางธุรกิจ กลุ่มบริษัทได้รับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) ในปี 2567 กลุ่มบริษัทได้รับรางวัลรักษามาตรฐานเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining Award) ประเภทเหมืองแร่และโรงโม่หิน รวมถึงสถานประกอบการตามมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR-DPIM) จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โดยได้รับทั้ง บริษัท สโตนวัน จำกัด (มหาชน) และบริษัท ราชบุรี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (บริษัทย่อย) รางวัลเหล่านี้นับเป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มบริษัท และเป็นแรงผลักดันให้พัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการเติบอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดสำหรับผลประกอบการปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.155 บาท โดยบริษัทได้จ่ายปันผลระหว่างกาลในปี 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นไปในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 คงเหลือจ่ายปันผลสำหรับงวดนี้ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 14 มีนาคมนี้ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 17 มีนาคม และจ่ายเงินปันผลวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ซึ่งนับเป็นการจ่ายปันผลทันทีหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai