Phones





ORN รายได้ปี 68 นิวไฮ 2,108 ล้านบ. กำไรพุ่ง 61.42%

2026-02-23 09:35:34 209



นิวส์ คอนเน็คท์ - ORN โชว์ผลการดำเนินงานปี 68 ทุบสถิติ New High รายได้รวม 2,108 ล้านบาท กำไรสุทธิ 226 ล้านบาท พุ่ง 61.42% ผลงาน Q4/68 มีรายได้ 698 ล้านบาท กำไรโต 22.05% กวาดยอดขายสุทธิ 3,633 ล้านบาท รักษากำไรขั้นต้น 40% ย้ำสถานะการเงินแข็งแกร่ง ภาระหนี้ต่ำ กางแผนควบคุมต้นทุนรัดกุม อัดการตลาดเชิงรุก สร้างการเติบโตระยะยาว เคาะจ่ายปันผลหุ้นละ 0.02 บาท
 
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,362 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54.77% และมีกำไรสุทธิ 226 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 140 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 61.42%

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 มีรายได้รวม 698 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 545 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28.07% และมีกำไรสุทธิ 91.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22.05%

"ORN ทำสถิติสูงสุดใหม่ของรายได้ และกำไรสุทธิเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการปิดการขายได้เร็วและรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ก่อนกำหนดที่วางไว้ โดยแบ่งสัดส่วนเป็น โครงการแนวสูง ได้แก่ โครงการ อะไรซ์-เจริญเมือง, ดิ แอสตร้า สกายริเวอร์, เดอะเน็ก เจ็ดยอด 3 และ โครงการแนวราบ ได้แก่ โครงการ ฮาบิแทท รวมโชค, บีลีฟ วงแหวน-สันกำแพง" นายปรีดิกร กล่าว
นอกจากนี้ ในไตรมาส 4/2568 บริษัทสามารถสร้างยอดขายสุทธิ ได้สูงถึง 3,633 ล้านบาท จากโครงการ อะไรซ์ ไวบ์, อะไรซ์ ฮิลล์, บีลีฟ วงแหวน-สันกำแพง, เดอะเน็ก เจ็ดยอด 3, ฮาบิแทท รวมโชค และ ดิ แอสตร้า อินฟินิท ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการที่บริษัทมุ่งพัฒนาโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า Real Demand ชาวไทยและชาวต่างชาติ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ตได้อย่างครอบคลุม รวมถึงปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีต้นทุนในการขายปรับตัวสูงขึ้น จากการจัดกิจกรรมการตลาดเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและเร่งการโอนกรรมสิทธิ์ อีกทั้งมีโครงการที่อยู่ระหว่างขายเพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับ 40% ได้อย่างต่อเนื่อง มีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง ภาระดอกเบี้ยต่ำ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) อยู่ที่ 0.63 เท่า และมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 332 ล้านบาท ซึ่งมีความพร้อมในการนำไปต่อยอดการเติบโต และขยายโครงการใหม่ในอนาคต

อีกทั้ง บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพสู่ลูกค้า และเดินหน้าธุรกิจย่อย โรงเรียนนานาชาติ คอมมูนิตี้มอลล์ ทรัพย์มือสอง สร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตรา 0.02 บาทต่อหุ้น รวมเป็นปันผลจ่ายทั้งสิ้นไม่เกิน 30 ล้านบาท ทั้งนี้ คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ที่ 13.27% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามกฎหมาย โดยกำไรและกระแสเงินสดส่วนที่เหลือใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายโครงการใหม่และพัฒนาโครงการเดิม อีกทั้ง ลงทุนในธุรกิจของบริษัทย่อยเพื่อสร้างรายได้ประจำ โดยมติดังกล่าวเตรียมนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 วันที่ 24 เมษายน 2569 นี้