Phones





WICE แย้มธุรกิจ Q2/69 สดใส เด้งรับย้ายฐานผลิต

2026-03-25 14:29:16 239



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - WICE มั่นใจธุรกิจไตรมาส 2/69 เติบโตต่อเนื่อง ปริมาณขนส่งข้ามพรมแดน และ Cold Chain Service เพิ่มขึ้น ดันเที่ยวขนส่งเพิ่ม 20% เดินหน้าขยายเส้นทางขนส่งร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร พัฒนา Multimodal Logistics รองรับการย้ายฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรม พร้อมปรับกลยุทธ์ธุรกิจสอดคล้องเศรษฐกิจโลก มั่นใจรายได้ปี 69 โต 15%
 
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ส่วนงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มบริษัท บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจช่วงไตรมาส 2/2569 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียที่ยังได้รับแรงหนุนจากการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายตัวของภาคการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกที่มีความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ทั้งนี้ ธุรกิจบริการขนส่งข้ามพรมแดน (Cross-border Service) มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากความต้องการขนส่งสินค้าในหลายกลุ่ม อาทิ สินค้าเกษตรและอาหารสด ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการขนส่งตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Service) เพิ่มสูงขึ้น โดยบริษัทได้เตรียมแผนบริหารเที่ยวขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า คาดว่าจำนวนเที่ยวขนส่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20%
 
ขณะที่ธุรกิจซัพพลายเชนโซลูชัน มีแนวโน้มเติบโตสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ อิเล็กทรอนิกส์, เซมิคอนดักเตอร์, อีคอมเมิร์ซ, เวชภัณฑ์ และ สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไรของบริษัทให้อยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าหลักของการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาค
 
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าตามแผนขยายเส้นทางขนส่ง และพัฒนาบริการขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Service) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและบริษัทในเครือ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคมากยิ่งขึ้น รองรับความต้องการที่หลากหลาย และสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ที่เข้ามาลงทุน ทั้งในส่วนของการขนส่งทางทะเลและทางอากาศ
 
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการพัฒนากลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ผ่านการทำงานร่วมกันของเครือข่ายพันธมิตร และการใช้เทคโนโลยี เช่น การติดตามสถานะการขนส่งแบบ Real-time เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว พร้อมรับมือกับปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก, อัตราค่าระวางขนส่ง ราคาน้ำมัน และ อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งบริษัทฯ มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
 
“ทิศทางการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป จะมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งผ่านความร่วมมือภายในเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มบริษัท เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมพัฒนาศักยภาพบริการโลจิสติกส์ครบวงจร ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อให้รายได้ปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย 15%” นายชูเดช กล่าว