Phones





GBS ส่องกรอบดัชนีพ.ค. 1,470-1,545 จุด แนะเก็บหุ้นค้าปลีก

2026-05-11 15:22:07 73



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนพ.ค. ผันผวนในกรอบ 1,470-1,545 จุด จากปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลางบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทิศทางดอกเบี้ย แต่ยังมีปัจจัยหนุนในประเทศจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส” แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่รับประโยชน์จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
 
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ค. นี้ มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1,470 - 1,545 จุด ซึ่งยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการปะทะกันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลต่อความไม่แน่นอนในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง
 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนนี้ ประเทศไทยกลับกลายเป็น “หลุมหลบภัย” ที่น่าสนใจ ล่าสุด มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศในตลาดเกิดใหม่ที่มีความพร้อมมากกว่าหลายประเทศในการรับมือกับภาวะช็อกของเศรษฐกิจโลกในอนาคตซึ่งสะท้อนถึงการปรับดีขึ้นของสมดุลความเสี่ยง (Balance of Risks) ต่อเศรษฐกิจไทย และความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ สอดคล้องกับการปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ใหม่ของ ธปท. หลังจากรัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยประเมิน GDP ปี 69 ขยายตัวเพิ่ม 0.6% เป็น 2.1% จากคาดเดิม 1.5% และปี 70 คาด GDP ขยายตัว 1.6% ลดจาก 2% เนื่องจากฐานที่สูงในปีนี้
 
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นโลกยังมีแรงส่งจากฝั่งวอลล์สตรีท โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี AI ที่ดันกำไรบริษัทในดัชนี S&P500 พุ่งสูงที่สุดในรอบหลายปี รวมถึงอานิสงส์ทางอ้อมจากคำตัดสินของศาลการค้าสหรัฐฯ ที่ทำให้ภาษีนำเข้าบางส่วนเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นผลบวกต่อภาพรวมการค้าโลก
 
สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาภายในประเทศในเดือนนี้ อาทิ วันที่ 15 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่บริษัทจดทะเบียนต้องส่งงบการเงินไตรมาส 1/2569 ตัวเลขผลประกอบการจะเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางตลาดทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมทั้งในสัปดาห์ที่ 2 สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเตรียมแถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมอัพเดตสถานการณ์ลงทุน ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและหอการค้าไทย ส่วนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนมุมมองจากทั้งนักลงทุน ผู้บริโภค และภาคธุรกิจ และวันที่ 18 พ.ค. สภาพัฒน์จะประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและการกำหนดนโยบายในอนาคต
 

ขณะที่สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. จะเปิดเผยยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อการส่งออกและการจ้างงาน ในวันที่ 29 พ.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย เพื่อสะท้อนเสถียรภาพและแนวโน้มการเงินของประเทศ และในสัปดาห์สุดท้าย กระทรวงพาณิชย์จะประกาศภาวะการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังและภูมิภาค รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ส่วนสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จะเผยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
 
ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศที่กดดันการลงทุนในเดือนนี้ อาทิ วันที่ 11 พ.ค. จีนจะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย. ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ จะเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนเม.ย. สะท้อนความเคลื่อนไหวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และวันที่ 12 พ.ค. ญี่ปุ่นจะรายงานการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมี.ค. พร้อมกับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะเผยแพร่รายงาน Summary of Opinions ซึ่งเป็นสัญญาณต่อทิศทางนโยบายการเงิน ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) จะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนพ.ค. ส่วนสหรัฐฯ จะรายงานดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมเดือนเมษายน รวมถึงตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. ส่วนวันที่ 13 พ.ค. สหรัฐฯ จะรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักลงทุนใช้ประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อและทิศทางราคาพลังงาน
 
ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนทางโกลเบล็กมองเห็นโอกาสทองในกลุ่มหุ้นค้าปลีกที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยแนะนำสะสมหุ้นกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส อาทิ CPAXT, BJC, TNP และ MOTHER