Phones





ลิเบอเรเตอร์ เปิดเวทีสัมนาใหญ่แห่งปี “Liberator Investment Forum 2026”

2026-05-26 16:14:35 98



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด จัดงาน “Liberator Investment Forum 2026: โลกใหม่ โอกาสใหม่ ลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผล”  โดยมีผู้บริหาร พันธมิตรทางธุรกิจ นักลงทุน และลูกค้าเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ภายใต้แนวคิดสำคัญว่า ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และกระแสเงินทุน นักลงทุนไทยจำเป็นต้องมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดใดตลาดหนึ่งอีกต่อไป
 
ทั้งนี้ ภายในช่วง Welcome & Vision | LIBERATOR MOVE 2026 นำโดย นางสาววทันยา บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ได้สะท้อนทิศทางการเดินหน้าของ Liberator ภายใต้แนวคิด Liberator 2.0 “Our Next Chapter” และคอนเซปต์ Global Reach เพื่อปลดล็อกโอกาสการลงทุนทั่วโลกให้อยู่ในแอปเดียว โดย Liberator ย้ำจุดยืนในการทำให้การลงทุนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ โดยแบ่งแกนการพัฒนาออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่
 
1. Global Reach การเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันให้บริการหุ้นสหรัฐฯ และเตรียมเปิดตัวหุ้นฮ่องกงและจีนในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ พร้อมตั้งเป้าขยายการลงทุนสู่กว่า 21 ประเทศทั่วโลก, 2. Powered by AI การนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ การจัดพอร์ต และการติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ในพอร์ต และ 3. Personalized UX/UI การปรับประสบการณ์ใช้งานแอปพลิเคชันให้เหมาะกับนักลงทุนแต่ละระดับ ทั้งมือใหม่และนักลงทุนที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก
 
ทั้งนี้ ใน Session World Changing Opportunities: ระเบียบโลกใหม่ สู่การลงทุนยุคใหม่ นำโดย นางสาววทันยา บุนนาค ร่วมกับ ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI และ รศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมวิเคราะห์ภาพใหญ่ของโลกที่กำลังเปลี่ยนจากยุคโลกาภิวัตน์สู่ยุคที่แต่ละประเทศให้ความสำคัญกับความมั่นคง เศรษฐกิจภายในประเทศ เทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น โดยเวทีนี้ชี้ให้เห็นว่า โลกการลงทุนกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เงินทุนโลกไม่ได้ไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่แบบเดิมโดยอัตโนมัติ แต่กำลังเลือกไหลไปยังประเทศและธุรกิจที่มี “เรื่องเล่าใหม่” และมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับเมกะเทรนด์ เช่น AI, Semiconductor, Automation, Cloud, Data Center และ Digital Infrastructure
 

สำหรับประเทศไทย ประเด็นสำคัญคือ ตลาดทุนไทยยังพึ่งพาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมค่อนข้างมาก ขณะที่บริษัทในกลุ่ม New Economy ยังมีไม่มากพอที่จะสร้างภาพการเติบโตใหม่ให้กับตลาดได้อย่างชัดเจน ดังนั้น นักลงทุนไทยจึงไม่ควรผูกอนาคตการลงทุนไว้กับประเทศเดียว แต่ควรมองโลกให้กว้างขึ้น กระจายโอกาสไปยังตลาดที่มีศักยภาพ และเลือกลงทุนในธีมที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกใหม่
 
อย่างไรก็ตาม การลงทุนต่างประเทศไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง เพราะแต่ละตลาดล้วนมีปัจจัยเฉพาะ ทั้งเรื่อง Valuation ความเสี่ยงเชิงนโยบาย ภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงิน และวัฏจักรอุตสาหกรรม นักลงทุนจึงต้องมองให้ลึกกว่าเพียงคำถามว่า “ตลาดไหนดี” แต่ต้องเข้าใจว่า กำลังลงทุนในธีมอะไร บริษัทนั้นได้ประโยชน์จากโลกใหม่จริงหรือไม่ และพอร์ตการลงทุนกระจายความเสี่ยงเพียงพอหรือยัง
 
ขณะที่ Session Hidden Growth Business: ธุรกิจแห่งอนาคต ซึ่งเป็นเวทีเสวนาที่รวบรวมมุมมองจากนักลงทุนและผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในโลก Venture Capital และ Private Equity ได้แก่ นายวรภัทร ชวนะนิกุล Chief Strategy Officer & Chief Financial Officer บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด และ Chief Executive Officer ของ Singha Venture Capital Fund Limited, นายณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Ookbee และ นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง RISE ซึ่งเป็นเวทีที่ชวนให้นักลงทุนมองหา “Hidden Gems” หรือธุรกิจที่อาจยังไม่อยู่ในกระแสหลัก แต่มีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต โดยชี้ว่าโอกาสของไทยอาจซ่อนอยู่ในกลุ่ม SME Tech Startup ธุรกิจ Wellness Healthspan ธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเทรนด์ AI และพลังงาน
 
โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ประเทศไทยอาจไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับมหาอำนาจในฐานะผู้สร้างเทคโนโลยีต้นน้ำทั้งหมด แต่สามารถวางบทบาทเป็น Smart Adopter หรือผู้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศ เข้ามาเสริมจุดแข็งที่ไทยมีอยู่แล้ว เช่น อาหาร การแพทย์ การท่องเที่ยว และบริการที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ในเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ยังพูดถึงภาวะฟองสบู่ของ AI โดยระบุว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพจริง แต่การลงทุนต้องพิจารณาพื้นฐานธุรกิจ โมเดลการทำกำไร และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ไม่ใช่ลงทุนตามกระแสเพียงอย่างเดียว หลักคิดแบบ Venture Capital จึงยังให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ Valuation (มูลค่าธุรกิจที่สมเหตุสมผล), Moat (ความได้เปรียบในการแข่งขันที่ป้องกันคู่แข่งได้) และ Management (คุณภาพของทีมผู้บริหาร)
 

ปิดท้ายด้วย Session AI Investment Frontier: ก้าวสู่โลกการลงทุนแห่งอนาคตด้วย AI โดย นพ.จักรินทร์ สราญฤทธิชัย นักลงทุนสาย Hybrid และเจ้าของเพจหุ้นพอร์ตระเบิด, นายบรรพต ธนาเพิ่มสุข ผู้ก่อตั้งเพจและช่องรายการ ถามอีก กับอิก หรือ TAM-EIG และ นายสุธน สิงหสิทธางกูร ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนตลาดหุ้นไทย เวียดนาม และจีน โดยเวทีนี้ชี้ว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนนักลงทุน แต่กำลังเปลี่ยนความหมายของ “นักลงทุนที่เก่ง” ในยุคใหม่ จากเดิมที่นักลงทุนได้เปรียบจากการอ่านข้อมูลมากกว่า หาข้อมูลได้ลึกกว่า หรือวิเคราะห์ได้นานกว่า วันนี้ AI สามารถช่วยอ่านรายงานจำนวนมาก สรุปงบการเงิน ดึงข่าว จัดทำตาราง เปรียบเทียบบริษัท และสร้างระบบติดตามหุ้นรายตัวได้อย่างรวดเร็ว
 
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ นักลงทุนต้องใช้ AI เป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ให้ AI ตัดสินใจแทนทั้งหมด เพราะ AI แม้จะช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพได้มาก แต่ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องการคำนวณ การประเมินมูลค่า การตั้งสมมติฐาน และการคาดการณ์อนาคต นักลงทุนจึงยังต้องมีความรู้พื้นฐาน ความเข้าใจบริบท ความสามารถในการตั้งคำถาม และวินัยในการตัดสินใจ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแนวคิดการใช้ AI เพื่อสร้าง “Mini Investment Team” ส่วนตัว ผ่านการเชื่อม AI หลายบทบาทเข้าด้วยกัน เช่น AI สำหรับค้นข้อมูล วิเคราะห์ตัวเลข สรุปข่าว ทำ Visualization เขียนโค้ด หรือตรวจสอบความผิดพลาด ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงเครื่องมือระดับสูงได้มากขึ้น แต่ท้ายที่สุด เข็มทิศของการลงทุนยังต้องอยู่ในมือของนักลงทุนเอง
 
สำหรับผู้ที่สนใจรับชมเนื้อหาย้อนหลังจากงาน “Liberator Investment Forum 2026” สามารถรับชมในรูปแบบออนไลน์ได้ทาง LIB Academy ตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป