Phones





RT ตุน Backlog 5.6 พันล. เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด

2026-05-29 11:22:21 123



นิวส์ คอนเน็คท์ - RT เผยแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2/69 มุ่งสร้างการเติบโต บริหารสภาพคล่อง กระแสเงินสด ตุน Backlog 5,572 ล้านบาท เล็งประมูลงานเพิ่มมูลค่า 20,000 ล้านบาท พัฒนา ERP, AI และ Automation บริหารต้นทุน-ความเสี่ยงเข้มงวด หนุนความสามารถการทำกำไร ด้านผลประกอบการไตรมาส 1/69 รายได้รวม 933 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1 ล้านบาท
 
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/69 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพจากการดำเนินงานโครงการ โดยเฉพาะงานอุโมงค์ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลัก ควบคู่กับการรับงานรอบเร็วเพื่อเสริมสภาพคล่องและบริหารกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มูลค่ารวม 5,572 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2571 พร้อมเตรียมเข้าร่วมประมูลงานเพิ่มเติมเพื่อทดแทนรายได้ที่ทยอยรับรู้ไป โดยมีแผนเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่รวมมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานอุโมงค์ อาทิ อุโมงค์รถไฟทางคู่ อุโมงค์ถนน และอุโมงค์ระบายน้ำ ทั้งนี้ หากนโยบายภาครัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลง บริษัทคาดว่าจะมีโอกาสได้รับงานมากกว่า 50% ของมูลค่างานที่เข้าประมูล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายฐานรายได้และสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป

สำหรับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้าง ปัจจุบันยังสามารถดำเนินงานได้ตามแผน อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จังหวัดระยอง 93% งานก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ 78% งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟทางคู่ สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย–งาว 61% และสัญญาที่ 2 ช่วงงาว–เชียงราย 89% รวมถึงงานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา บริเวณคอขวด 66% โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง 68% โครงการอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง จังหวัดตราด 84% และงานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง 6% รวมถึงโครงการอื่น ๆ ที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2571

"ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้าง บริษัทฯ เพิ่มมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามราคาน้ำมันและวัสดุหลัก การเจรจากับ Supplier การกระจายแหล่งจัดซื้อ รวมถึงบริหารจัดการด้านพลังงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะเดียวกัน บริษัทพัฒนาระบบ ERP, AI และ Automation เพื่อติดตามความก้าวหน้าและต้นทุนของโครงการแบบ Real Time ช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนความสามารถการทำกำไรและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” นายชวลิต กล่าว

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้รวม 933 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท รวมถึงสามารถบริหารต้นทุนงานโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ฐานะทางการเงินปรับตัวดีขึ้นโดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.8% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ติดลบ 4.2%