Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
BLA ลุ้นเบี้ยรับรวมปีนี้โต 5% เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” ตอบโจทย์สังคมอายุยืน
MAI
ตลท. ตั้ง "สรวิศ ไกรฤกษ์" นั่งผู้จัดการ mai และ LiVEx
IPO
QUICK ปิดจองซื้อ IPO เกลี้ยง 32 ล้านหุ้น หอบเงินเสริมแกร่งธุรกิจ
บล./บลจ
กบข. ชูความเชื่อมั่น ช่วยขับเคลื่อนเงินลงทุนสู่ศก.ยั่งยืน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กบข. ชี้สังคมอายุยืนโจทย์ใหญ่ หนุนออมเร็ว-ลงทุนเหมาะสม
การค้า - พาณิชย์
KGP ผนึก สสว. หนุนผู้ประกอบการติดสปีดธุรกิจออนไลน์
พลังงาน - อุตสาหกรรม
BANPU พัฒนา AI ยกระดับการซื้อขายพลังงานในญี่ปุ่น
คมนาคม - โลจิสติกส์
KCLIMATE 1.5 จับมือ มิชลิน - ThaiCBN ขับเคลื่อนการขนส่งอย่างยั่งยืน
แบงก์ - นอนแบงก์
BAY คว้ารางวัล Marketing & Brand Initiative of the Year – Thailand
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD ปันผลระหว่างกาลหุ้น 0.35 บาท จ่าย 21 ต.ค.69
SMEs - Startup
SO จับมือ ส.โปรแกรมเมอร์ไทย ปั้น Digital Talent
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดแคมเปญ “MTL x THE POWER ศึกทรงพลัง”
รถยนต์
Continental Tyres ผนึก FIT Auto ขยายตลาดเมืองไทย
ท่องเที่ยว
กรมการท่องเที่ยว เปิดตัว “MuslimGo” ดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวมุสลิมระดับโลก
อสังหาริมทรัพย์
BAM ร่วมเวทีผู้นำระดับโลก FUTURE-READY ECONOMY 2026
การตลาด
โก โฮลเซลล์ สานต่อ “GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม” ปีที่ 2
CSR
SO จับมือ ส.โปรแกรมเมอร์ไทย ปั้น Digital Talent
Information
EXIM BANK หารือ BDB เสริมสร้างความร่วมมือด้านการเงิน – ลงทุน
Gossip
SA เปิดตัว “39 SOCIAL by TRIBE”
Entertainment
พรีเมียร์ลีกปลุกแฟนบอลร่วมต้านสตรีมเถื่อน ผ่านแคมเปญ “Boot Out Piracy”
สกุ๊ป พิเศษ
PTG ผ่านความแข็งแกร่ง ชู Non-Oil ธงนำ
CIMBT มอง Q3 โอกาสลงทุนหุ้นคุณภาพ
2026-07-04 19:20:10
341
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - Wealth Research &Advisory ซีไอเอ็มบี ไทย มองไตรมาส 3 ผันผวน แต่เป็นจังหวะลงทุนหุ้นคุณภาพ กระจายสินทรัพย์ทางเลือก เสริมโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว ชี้ AI ยังหนุนการเติบโต พร้อมมองหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ยังน่าสนใจ ขณะที่ประเมินกรอบดัชนีปีนี้ที่ 1,620-1,540 จุด
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ Head, Wealth Research & Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกยังมีแนวโน้มผันผวนจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และระดับมูลค่าประเมิน (Valuation) ของสินทรัพย์เสี่ยงที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก และการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารทุน พร้อมแนะนำกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อเพิ่มเสถียรภาพของพอร์ต
สำหรับปัจจัยแรก ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก แต่คาดว่าไม่เกิน 1 ครั้งในปีนี้ จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการเงินเฟ้อในระยะสั้น ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบใหม่ เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่ยังเกิดจากปัจจัยด้านอุปทาน (Supply-side Inflation) ซึ่งมีแนวโน้มคลี่คลายลงเมื่อห่วงโซ่อุปทานและสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ
ขณะที่อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ระดับมูลค่าประเมินของสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง จากความคาดหวังต่อการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งอาจทำให้ตลาดมีความผันผวนเป็นระยะ หากผลประกอบการ หรือ ข้อมูลเศรษฐกิจออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
“มุมมองการลงทุนไตรมาส 3 ธนาคารยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารทุน เนื่องจากมองว่า การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลตอบแทนในระยะข้างหน้า พร้อมแนะนำกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อช่วยลดความผันผวนและเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน นอกจากนี้ ไตรมาส 3 จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ มีโอกาสที่รัฐบาลทรัมป์จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และ อาจเป็นอีกแรงหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ช่วงครึ่งปีหลัง” นายจิรไพบูลย์ กล่าว
ด้านปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจโลกยังคงมีความยืดหยุ่น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุน แม้ว่าการบริโภคอาจเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะทยอยผ่อนคลายลง ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยกำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกเติบโตกว่า 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงหนุนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI Supply Chain ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนยังคงไหลเข้าสู่กลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว เช่น AI Infrastructure, Connectivity, Smart Grid และ Alternative Energy
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ธนาคารแนะนำกองทุน CIMB Signature Series ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การลงทุนภายใต้ภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน ประกอบด้วย SIGNATURE GINCOME กองทุนตราสารหนี้โลก และ SIGNATURE GINGRO กองทุนประเภท Multi-Asset โดยหากดูผลตอบแทนย้อนหลัง กอง SIGNATURE GINCOME สร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 6.8% ขณะที่กองทุน SIGNATURE GINGRO สร้างผลตอบแทนย้อนหลังนับจากวันจัดตั้งกองทุนเมื่อ 15 ต.ค.2568 ที่ 10.41% ทั้งนี้ ทั้งสองกองทุนเปิดให้ลงทุนได้ทั้งสกุลเงินบาท และ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในต่างประเทศ พร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทน และ กระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมองว่า ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างเร็ว แตะระดับประมาณ 1,600 จุด โดยกำไรบริษัทจดทะเบียนได้รับแรงหนุนจากกำไรสต๊อกในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดปรับเพิ่มจาก 95 บาท เป็น 97 บาท อย่างไรก็ตาม คาดว่า กำไรอาจผ่านจุดสูงสุดในไตรมาส 1 และ ทยอยชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี ในส่วนของมูลค่าหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนเงินปันผลย้อนหลังกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ราว 2.01% ซึ่งยังมีส่วนต่างมากกว่า 2% ทำให้นักลงทุนที่รับความผันผวนได้ยังสามารถทยอยลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้
ทั้งนี้ กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร แม้ราคาหุ้นจะไม่ได้อยู่ในระดับถูกมากนัก แต่ยังมีจุดเด่นด้านเงินปันผล และ คุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากที่ผ่านมาได้ตั้งสำรอง และ บริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง อีกกลุ่มที่น่าจับตา คือ กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากต้นทุนการเดินทางที่ปรับลดลง และ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งดัชนีปีนี้คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,540 จุด โดยอิง EPS ที่ 90-97 บาท บน Price to Earnings Ratio หรือ PE ที่ 15-17 เท่า
อย่างไรก็ตาม พอร์ตการลงทุนในไตรมาส 3 ธนาคารได้ปรับจากการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นโลกแบบเดิม มาเน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลกมากขึ้น เนื่องจากยังมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลตอบแทนการลงทุน ซึ่งธนาคารยังคาดหวังผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุนในช่วง 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ประมาณ 3-9% ภายใต้การกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยการจัดพอร์ตการลงทุนในปัจจุบันยังควรมุ่งหวังผลตอบแทนเฉลี่ยราว 3-4% เพื่อเอาชนะอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะยังมีความผันผวนเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นก็ตาม
BLA ลุ้นเบี้ยรับรวมปีนี้โต 5% เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” ตอบโจทย์สังคมอายุยืน
STARM เร่ง 4 มาตรการ ช่วยลูกค้าฝ่าน้ำท่วม
EKH โบรกฯ อัพเป้า 6.20 บ. - QUICK นลท.จองซื้อ IPO เกลี้ยง
HMPRO โบรกฯ แนะ 'ซื้อ' เป้า 8.00 บ. - SNNP คาดปี 70 ผลงานวิ่งทำ 'นิวไฮ'
BANPU โบรกฯ แนะ "ซื้อ' เป้า 19.00 บ. - MASTEC วางเป้า Backlog 600 ล.
SNNP คุมเหตุไฟไหม้โรงงาน “เบนโตะ” เรียบร้อย! ลุยเคลมประกัน