Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
ETL รุกแผนครึ่งหลังปี 69 เจาะกลุ่มมาร์จิ้นสูง
MAI
I2 คว้างาน “PEA ENCOM” มูลค่า 210 ลบ. หนุนผลงานโต 20%
IPO
โบรกฯ เคาะราคาเหมาะสม FLE สูงสุด 2.26 บาท/หุ้น
บล./บลจ
กบข.โชว์ 8 เดือน ผลตอบแทน 8.08% ชูแนวทาง 'ลงทุนมั่นคง'
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
“เอกนิติ” ชู “Reignite Thailand” เร่งลงทุน สร้างขีดความสามารถหนุนศก.ไทย
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน
พลังงาน - อุตสาหกรรม
BANPU ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Energy Symphonics”
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE คว้า AGM Checklist ปี 69 เต็ม 100 คะแนน
แบงก์ - นอนแบงก์
กรุงศรี สนับสนุน ‘Nippon Haku Bangkok 2026’ ชูพลังเครือข่าย MUFG
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
TIDLOR ขยายแหล่งเงินทุนสู่ตปท. ออกหุ้นกู้ 16,500 ล้านเยน
SMEs - Startup
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
ประกันภัย - ประกันชีวิต
วิริยะประกันภัย อวดเบี้ย Non-motor โตสลุต 18% ลุยพัฒนา ‘Data System’
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
SCB PLANET PLUS ผนึก KTO และ KKday ส่งแคมเปญ “เที่ยวคุ้ม ทั่วโลก”
อสังหาริมทรัพย์
BAM ลุยยกระดับ AMC สู่ Resolution Platform
การตลาด
“โตโยต้า” จับมือ “Monomax” ลุยพรีเมียร์ลีก-เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ
CSR
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
Information
EXIM BANK เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน
Gossip
FLE ยันผู้ถือหุ้นเดิม พร้อมใจล็อคหุ้น 100%
Entertainment
ทีทีบี ชวนคนไทยรู้ทัน “บัญชีม้า” ก่อนตกเป็นเหยื่อและผู้ต้องสงสัย
สกุ๊ป พิเศษ
PTG ศักยภาพแข็งแกร่งระดับภูมิภาค
CIMBT มอง Q3 โอกาสลงทุนหุ้นคุณภาพ
2026-07-04 19:20:10
305
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - Wealth Research &Advisory ซีไอเอ็มบี ไทย มองไตรมาส 3 ผันผวน แต่เป็นจังหวะลงทุนหุ้นคุณภาพ กระจายสินทรัพย์ทางเลือก เสริมโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว ชี้ AI ยังหนุนการเติบโต พร้อมมองหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ยังน่าสนใจ ขณะที่ประเมินกรอบดัชนีปีนี้ที่ 1,620-1,540 จุด
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ Head, Wealth Research & Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกยังมีแนวโน้มผันผวนจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และระดับมูลค่าประเมิน (Valuation) ของสินทรัพย์เสี่ยงที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก และการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารทุน พร้อมแนะนำกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อเพิ่มเสถียรภาพของพอร์ต
สำหรับปัจจัยแรก ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก แต่คาดว่าไม่เกิน 1 ครั้งในปีนี้ จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการเงินเฟ้อในระยะสั้น ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบใหม่ เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่ยังเกิดจากปัจจัยด้านอุปทาน (Supply-side Inflation) ซึ่งมีแนวโน้มคลี่คลายลงเมื่อห่วงโซ่อุปทานและสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ
ขณะที่อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ระดับมูลค่าประเมินของสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง จากความคาดหวังต่อการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งอาจทำให้ตลาดมีความผันผวนเป็นระยะ หากผลประกอบการ หรือ ข้อมูลเศรษฐกิจออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
“มุมมองการลงทุนไตรมาส 3 ธนาคารยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารทุน เนื่องจากมองว่า การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลตอบแทนในระยะข้างหน้า พร้อมแนะนำกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อช่วยลดความผันผวนและเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน นอกจากนี้ ไตรมาส 3 จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ มีโอกาสที่รัฐบาลทรัมป์จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และ อาจเป็นอีกแรงหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ช่วงครึ่งปีหลัง” นายจิรไพบูลย์ กล่าว
ด้านปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจโลกยังคงมีความยืดหยุ่น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุน แม้ว่าการบริโภคอาจเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะทยอยผ่อนคลายลง ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยกำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกเติบโตกว่า 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงหนุนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI Supply Chain ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนยังคงไหลเข้าสู่กลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว เช่น AI Infrastructure, Connectivity, Smart Grid และ Alternative Energy
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ธนาคารแนะนำกองทุน CIMB Signature Series ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การลงทุนภายใต้ภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน ประกอบด้วย SIGNATURE GINCOME กองทุนตราสารหนี้โลก และ SIGNATURE GINGRO กองทุนประเภท Multi-Asset โดยหากดูผลตอบแทนย้อนหลัง กอง SIGNATURE GINCOME สร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 6.8% ขณะที่กองทุน SIGNATURE GINGRO สร้างผลตอบแทนย้อนหลังนับจากวันจัดตั้งกองทุนเมื่อ 15 ต.ค.2568 ที่ 10.41% ทั้งนี้ ทั้งสองกองทุนเปิดให้ลงทุนได้ทั้งสกุลเงินบาท และ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในต่างประเทศ พร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทน และ กระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมองว่า ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างเร็ว แตะระดับประมาณ 1,600 จุด โดยกำไรบริษัทจดทะเบียนได้รับแรงหนุนจากกำไรสต๊อกในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดปรับเพิ่มจาก 95 บาท เป็น 97 บาท อย่างไรก็ตาม คาดว่า กำไรอาจผ่านจุดสูงสุดในไตรมาส 1 และ ทยอยชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี ในส่วนของมูลค่าหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนเงินปันผลย้อนหลังกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ราว 2.01% ซึ่งยังมีส่วนต่างมากกว่า 2% ทำให้นักลงทุนที่รับความผันผวนได้ยังสามารถทยอยลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้
ทั้งนี้ กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร แม้ราคาหุ้นจะไม่ได้อยู่ในระดับถูกมากนัก แต่ยังมีจุดเด่นด้านเงินปันผล และ คุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากที่ผ่านมาได้ตั้งสำรอง และ บริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง อีกกลุ่มที่น่าจับตา คือ กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากต้นทุนการเดินทางที่ปรับลดลง และ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งดัชนีปีนี้คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,540 จุด โดยอิง EPS ที่ 90-97 บาท บน Price to Earnings Ratio หรือ PE ที่ 15-17 เท่า
อย่างไรก็ตาม พอร์ตการลงทุนในไตรมาส 3 ธนาคารได้ปรับจากการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นโลกแบบเดิม มาเน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลกมากขึ้น เนื่องจากยังมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลตอบแทนการลงทุน ซึ่งธนาคารยังคาดหวังผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุนในช่วง 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ประมาณ 3-9% ภายใต้การกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยการจัดพอร์ตการลงทุนในปัจจุบันยังควรมุ่งหวังผลตอบแทนเฉลี่ยราว 3-4% เพื่อเอาชนะอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะยังมีความผันผวนเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นก็ตาม
ETL รุกแผนครึ่งหลังปี 69 เจาะกลุ่มมาร์จิ้นสูง
กบข. ชูแนวทาง 'ลงทุนมั่นคง-ศก.ยั่งยืน' - SAM ร่วมมือ KTC สางปัญหาลูกหนี้ NPL
ตลท. เผยไตรมาส 2/69 งบบจ. ไทยฟื้นตัว
CP Group ยกระดับทักษะคลาวด์ - AI - ตลท. ปลื้ม เปิด “Thailand Focus” นลท.ต่างชาติแน่นงาน
เปิดม่าน “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” นลท.สถาบันทั่วโลกร่วมงานคึกคัก
PTG โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" เคาะเป้าสูง 9.80 บ./หุ้น - DOD ปรับกลยุทธ์ ขอคืนมัดจำ 63 ล.