Phones





EXIM BANK หนุน SMEs เปลี่ยนผ่านธุรกิจรับกติกาโลกยุคใหม่

2026-07-22 19:11:01 76



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - EXIM BANK จัดงานเสวนาหัวข้อ “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ : ความยั่งยืนกับโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย” พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย SMEs ให้พร้อมรับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ESG
 
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ : ความยั่งยืนกับโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย” ว่า ปัจจุบันประเทศคู่ค้าหลักของไทยทั้งสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกรวมกันกว่า 40% ของมูลค่าการส่งออกไทย กำลังบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ EU ที่เดินหน้าภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ European Green Deal และออกมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมแล้วกว่า 3,400 มาตรการ อาทิ กฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) ที่จะเริ่มบังคับใช้ในทางปฏิบัติวันที่ 12 ส.ค. 2569 มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตไปยังกลุ่มสินค้าอื่นนอกเหนือจาก เหล็ก อะลูมิเนียม ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน
 
กฎหมายว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ที่ห้ามการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรที่มาจากพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า และข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของภาคธุรกิจ (CSRD) ที่กำหนดให้ธุรกิจต้องเปิดเผยและรายงานข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขณะที่สหรัฐฯ ได้ผลักดันกฎหมาย PROVE IT Act และอยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎหมาย Foreign Pollution Fee Act ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมสินค้านำเข้าที่มี Carbon Intensity สูงกว่าสินค้าในสหรัฐฯ ส่วนจีนได้มีการพัฒนามาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนระดับชาติ (CSDS) เพื่อยกระดับการรายงาน ESG ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเช่นกัน
 
“กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นกำลังเปลี่ยนโฉมการค้าโลก ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวตั้งแต่การออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ การเลือกใช้วัตถุดิบ การบริหารจัดการพลังงาน การจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูล ESG ตลอดจนการสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สามารถปรับตัวได้เร็ว เพราะการมีข้อมูลด้านความยั่งยืนที่น่าเชื่อถือ โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้า เพิ่มโอกาสทางการค้า และเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้มากขึ้น” นายชลัช กล่าว
 

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ EXIM BANK ในฐานะธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเตรียมพัฒนาบริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูลและรายงานด้านความยั่งยืนแก่ SMEs และผู้ส่งออกที่เป็นลูกค้าของธนาคาร เพื่อช่วยผู้ประกอบการจัดเตรียมข้อมูล ESG ที่จำเป็นสำหรับการตอบข้อกำหนดของผู้นำเข้าและบริษัทในห่วงโซ่อุปทานโลก ลดความเสี่ยงจากการสูญเสียโอกาสทางการค้า และเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
 
นอกจากนี้ EXIM BANK เร่งขยายการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ แหล่งเงินทุน และกลไกช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้ในต้นทุนที่เหมาะสม ปัจจุบัน EXIM BANK มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการทุกขนาดในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ด้วยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.75% ต่อปี ตลอด 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 100 ล้านบาท สำหรับ SMEs ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ สินเชื่อ EXIM Solar D-Carbon สำหรับการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน และสินเชื่อ Green X Transformation สำหรับการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเปลี่ยนเทคโนโลยี และการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในภาคธุรกิจ เพื่อช่วยลดต้นทุน ยกระดับประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
 
ขณะที่ EXIM BANK ยังสนับสนุนสินเชื่อหมุนเวียนอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการส่งออกและผู้ประกอบการในห่วงโซ่คุณค่าของภาคส่งออกที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบส่วนลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม 0.25% ต่อปี นานสูงสุด 1 ปี สำหรับผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนสมัครสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความยั่งยืน หรือสินเชื่อหมุนเวียน ภายในเดือนก.ค. 2569
 

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านเงินทุน EXIM BANK ยังส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) แบบแผนงานของ EXIM BANK รวมทั้งร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผลักดันการใช้ระบบ SET Carbon ภายใต้โครงการ EXIM Know Your Carbon เพื่อช่วยผู้ประกอบการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร โดยผู้ประกอบการที่ใช้สินเชื่อกับ EXIM BANK และจัดทำรายงานผ่านระบบดังกล่าว จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาเงินกู้
 
“EXIM BANK เชื่อมั่นว่าการยกระดับศักยภาพด้าน ESG ของผู้ประกอบการไทยจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกไทย ท่ามกลางกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นอีกกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายชลัช กล่าว