Phones





LHFG โชว์กำไรครึ่งปีแรกโต 37% ยืนยันหมายจับ “อนันต์” ไม่กระทบธุรกิจ

2026-07-23 21:40:28 100



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – LHFG เปิดผลงานครึ่งปีแรกของปี 69 ธุรกิจเติบโตทั้งกลุ่ม โดยมีกำไรสุทธิ 1,538.6 ล้านบาท เติบโต 37.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้าน LH Bank มีกำไรสุทธิ 1,376.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมคงเป้าสินเชื่อปีนี้โต 10 – 12% ส่วนกรณีศาลออกหมายจับ “อนันต์ อัศวโภคิน” ยืนยันไม่กระทบธุรกิจ
 
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายวรวุฒน์ โตเจริญธนาผล President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าขยายตัว 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แม้ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีการค้า โดยท่ามกลางปัจจัยท้าทายดังกล่าว LHFG ยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,538.6 ล้านบาท เติบโต 37.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสินทรัพย์รวม 425,330 ล้านบาท เติบโต 6.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 สะท้อนความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
 
ทั้งนี้ LHFG เชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืนต้องเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าโดยให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SME ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว
 
สำหรับประเด็นที่อัยการมีคำสั่งฟ้องและศาลได้อนุมัติออกหมายจับ นายอนันต์ อัศวโภคิน นั้น LHFG ยืนยันว่า นายอนันต์ ไม่ได้ถือหุ้นโดยตรงมามากกว่า 10 ปี หรือตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธนาคาร ซึ่งในขณะนั้นนายอนันต์ ได้มีการถือหุ้นทางอ้อมผ่านทาง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) และ ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH) ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารแต่อย่างใด
 

ด้านนายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วง 6 เดือนแรก ของปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยมีกำไรสุทธิ 1,376.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 3,640.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 910.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 302,153 ล้านบาท เติบโต 6.7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่ม และมีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งโดยมีอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ที่ 2.56%
 
ด้านธุรกิจรายย่อย มีฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น 16.7% จากกลยุทธ์ Lifestyle Banking และธุรกิจ Wealth Management และจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนและบริการที่ปรึกษาทางการเงินส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 127% ธนาคารได้พัฒนาบริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนา AI Assistant GENIE ผู้ช่วยส่วนตัวบนแอปพลิเคชัน LHB You ที่ให้บริการลูกค้าผ่านการสื่อสารด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ ช่วยยกระดับประสบการณ์และประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล LHB Biz Connect สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีส่วนผลักดันปริมาณธุรกรรมของลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 2.5 เท่า
 
ทั้งนี้ ธนาคารยังเดินหน้าเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking) โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ธนาคารสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนกว่า 5.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อน และเปิดตัว Green Deposit ที่มียอดเงินฝากกว่า 1.48 พันล้านบาท รวมทั้งพัฒนาบริการ Transition Pathway เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
 
สำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ธนาคารจะเดินหน้าตามแผนธุรกิจระยะยาว โดยมุ่งสร้างการเติบโตบน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1.ขยายสินเชื่อคุณภาพ และรายได้ค่าธรรมเนียมภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ, 2.ยกระดับศักยภาพการให้บริการลูกค้า และแสวงหาความเป็นเลิศในการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง และ 3.ผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืนเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของลูกค้าธนาคารในระยะยาว
 
นอกจากนี้ ธนาคารจะมุ่งเน้นสินเชื่อคุณภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และ เชื่อมโยงกับการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) พร้อมต่อยอดธุรกิจ Trade Finance, FX ผ่านเครือข่ายของ CTBC การขยายการเติบโตในบริการ Wealth Management โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม และ สนับสนุน Green Loan , Sustainability-linked Loan และ Green Deposit ควบคู่กับบริการ Transition Advisory โดยผนึกความ ร่วมมือกับพันธมิตรด้านพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ และ เสริมศักยภาพในระยะยาว
 
ทั้งนี้ ธนาคารยังมั่นใจว่าสินเชื่อปี 2569 จะเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 10-12% โดยจะเป็นการเติบโตจากทุกกลุ่มทั้งรายใหญ่ เอสเอ็มอี รายย่อย ธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งรับการลงทุน FDI โดยเฉพาะเทรนด์ AI ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 50% โดยในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตไปแล้ว 27% ขณะที่ตั้งเป้าควบคุม NPL ปีนี้ไม่ให้เกินระดับ 3%
 

ขณะที่นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการ รวมทุกธุรกิจทั้งสิ้น 98,791 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5.0% จากปีก่อน โดยกองทุนรวมนับรวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 72,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3.6% จากสิ้นปี 2568 กองทุนส่วนบุคคล มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 15,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 11% จากสิ้นปี 2568 และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 10,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 6.3% จากสิ้นปี 2568 โดยช่วงครึ่งแรกของปีบริษัทได้ออกกองทุนใหม่รวม 12 กองทุน มูลค่าการจองซื้อ IPO รวม 2.145 พันล้านบาท โดยเน้นธีมการลงทุนระยะยาวและยั่งยืนที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก เช่น AI Infrastructure, Semiconductor, Energy Infrastructure และ Thematic Global Equity
 
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทยังคงเดินหน้าต่อยอดการเติบโตผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. การรักษาความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการเป็นผู้ริเริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทจดทะเบียนชั้นนำระดับโลกเพื่อคัดสรรโอกาสการลงทุนที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ลูกค้าในระยะยาว, 2. การพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อยกระดับการดูแลนักลงทุนและตัวแทนสนับสนุนการขายให้ครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น และ 3. การขยายการเข้าถึงกลุ่มบริษัทจดทะเบียนและองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อนำเสนอโซลูชันการลงทุนที่เหมาะสม ทั้งรูปแบบกองทุนรวมและบริการกองทุนส่วนบุคคล
 

นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Securities กล่าวว่า ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 รายได้ของบริษัทเติบโต 37% หลักๆ เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่านายหน้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดหุ้นไทยที่ฟื้นตัวได้ดี สำหรับกลยุทธ์ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทยังคงมุ่งเน้นสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายเพื่อเพิ่มทางเลือก และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยการสนับสนุนจากเครือข่ายและความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ Wealth Management ของ CTBC
 
โดยช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจะพัฒนาและยกระดับระบบงานเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจพร้อมทยอยเปิดให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนของลูกค้าอย่างครบวงจร อาทิ บริการที่ปรึกษาทางการเงินที่ครอบคลุมด้านการระดมทุน การปรับโครงสร้างธุรกิจ บริการ Wealth Management เพื่อเป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำและออกแบบโซลูชันการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย และบริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Global Trading) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจทางการเงินสามารถเข้าถึงการลงทุนในบริษัทชั้นนำและตลาดทุนสำคัญทั่วโลก