Phones





TATG ผลงานครึ่งปีแรกชะลอตัว ปรับหมากลุย AI Automation รับโอกาส EV–HEV

2026-08-13 18:20:55 94



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – TATG เปิดงบครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 1,189.65 ล้านบาท ลดลง 13.56% และมีกำไรสุทธิ 41.38 ล้านบาท ลดลง 2.73% หลังคำสั่งซื้อในกลุ่มลูกค้ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถกระบะชะลอตัว เตรียมเดินหน้ายกระดับการผลิตสู่ AI Automation เพิ่มประสิทธิภาพ คุมต้นทุน เสริมขีดความสามารถการแข่งขันรองรับการเติบโตระยะยาว
 
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,189.65 ล้านบาท ลดลง 13.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 41.38 ล้านบาท ลดลง 2.73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มเป็น 3.48% จาก 3.09% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฝ่ายบริหารสามารถควบคุมโครงสร้างต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายและบริการลดลง 181.48 ล้านบาท หรือ 14.70% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 13.15% ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในภาพรวมลดลงในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ที่ลดลง และช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
 
สำหรับรายได้ที่ปรับตัวลดลงมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของรายได้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องมือ จากคำสั่งซื้อในกลุ่มลูกค้ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถกระบะที่ชะลอตัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาคการส่งออกและการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยียานยนต์ ประกอบกับกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังชะลอตัว  ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้ตลาดส่งออกยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี แต่ยังมีสัญญาณบวกจากตลาดในประเทศ โดยการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศช่วง 6 เดือนแรกขยายตัว 7.35% จากแรงสนับสนุนของมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ที่กำหนดให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้า ประกอบกับความต้องการรถยนต์ไฮบริด (HEV) ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตเร่งการผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศ
 
ขณะที่มาตรการ Local Content ที่ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ยังช่วยสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานและสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สอดรับกับศักยภาพของ TATG ในการให้บริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) ทั้งการรักษาฐานลูกค้าหลักและขยายฐานลูกค้าใหม่ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะต่อไป
 
ทั้งนี้ ทิศทางธุรกิจในครึ่งปีหลัง TATG พร้อมเดินหน้าธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ (Tooling) การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Automotive Press Parts) และการชุบเคลือบสีผิวโลหะ โดยใช้เทคโนโลยีกลไกทางไฟฟ้า (EDP : Electro Deposition Painting) ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน รองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
 
นอกจากนี้ TATG เดินหน้าประยุกต์ใช้ AI Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิต และเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operational Excellence) ควบคู่กับการ Upskill และ Reskill บุคลากรสู่ AI Automation Specialist รวมถึงการใช้ Robotic Arm และซอฟต์แวร์จำลองและออกแบบแม่พิมพ์ 3D เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดการสูญเสียวัตถุดิบและระยะเวลาพัฒนาชิ้นส่วน สนับสนุนการรักษาอัตรากำไร (Margin Protection) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบในอนาคต
 
“การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย TATG จึงเตรียมความพร้อมทั้งด้านการผลิต บุคลากร และเทคโนโลยี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมต่อยอดศักยภาพการให้บริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อน TATG สู่การเติบโตในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์โลหะและชิ้นส่วนยานยนต์ในระดับภูมิภาคและระดับสากลอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” ดร.พยุง กล่าว