Phones





SCB EIC ประเมินศก.เอเชียขยายตัวแข็งแกร่ง รับแรงส่งการลงทุน AI

2026-10-08 15:53:31 117



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ระบุว่า เศรษฐกิจเอเชียปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวทั่วโลก อย่างไรก็ดี การเติบโตของภูมิภาคเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานสูง ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ และภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น ส่งผลกระทบต่อแต่ละประเทศแตกต่างกัน ตามโครงสร้างพลังงาน ฐานการส่งออก และบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน AI โลก
 
โดยสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมีแนวโน้มทำให้ราคาน้ำมันโลกอยู่ในระดับสูง ส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อของประเทศผู้นำเข้าพลังงานในภูมิภาค และอาจทำให้ธนาคารกลางบางประเทศทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ เพิ่มเติมยังเป็นความเสี่ยงต่อฐานการผลิตและการส่งออกของเอเชีย อย่างไรก็ดี การลงทุน AI ที่เร่งตัวช่วยหนุนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเอเชียและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาคให้เติบโตต่อเนื่อง
 
ทั้งนี้ เศรษฐกิจหลักของเอเชียมีโอกาสต่อยอดการเติบโตในระยะข้างหน้าจากจุดแข็งที่แตกต่างกัน โดยจีนใช้ AI ยกระดับภาคการผลิตและรักษาความสามารถในการแข่งขัน แม้อุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ จีนเร่งประยุกต์ใช้ AI ที่มีต้นทุนแข่งขันได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ภาคส่งออกยังขยายตัวได้ดี แม้เผชิญแรงกดดันทางการค้าจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคภายในประเทศยังฟื้นตัวเปราะบาง ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องพึ่งพาภาคการผลิตและการส่งออกเป็นสำคัญ
 
ขณะที่ญี่ปุ่น เศรษฐกิจกำลังหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด แต่ดอกเบี้ยขาขึ้นอาจส่งผลต่อตลาดการเงินโลก กำไรภาคธุรกิจและค่าจ้างที่เติบโตต่อเนื่องสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ขณะที่เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นเป็นสัญญาณของการหลุดพ้นจากภาวะเงินเฟ้อต่ำที่ยืดเยื้อมานาน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ อาจส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายและเพิ่มความผันผวนในตลาดการเงินโลก เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นชาติที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่าสูงสุดในโลก
 
ด้านอินเดีย: ศักยภาพการเติบโตสูง แต่ต้องเร่งสร้างฐานการผลิตและลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง อินเดียมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จากแรงหนุนของการบริโภคภายในประเทศและการเติบโตของภาคบริการ อย่างไรก็ตาม อินเดียยังต้องเร่งพัฒนาฐานการผลิตเพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ในสัดส่วนสูงเป็นปัจจัยเปราะบางต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
 
ในส่วนของอาเซียน รับอานิสงส์จากห่วงโซ่อุปทาน AI และการย้ายฐานการผลิต แต่ความเชื่อมโยงกับจีนเพิ่มทั้งโอกาสและความเสี่ยง เศรษฐกิจอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าเศรษฐกิจโลก โดยได้รับแรงหนุนจาก FDI รวมถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และ AI อย่างไรก็ดี อาเซียนกำลังเผชิญความท้าทายพร้อมกันสองด้าน ทั้งการแข่งขันจากสินค้าจีนในตลาดภายในประเทศ และความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเข้มงวดต่อการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าและการส่งผ่านสินค้า (Transshipment) จากจีนมากขึ้น สะท้อนว่าแม้อาเซียนจะได้รับประโยชน์จากการกระจายฐานการผลิต แต่ความเชื่อมโยงกับจีนที่ลึกขึ้นอาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในระยะข้างหน้า
 
สำหรับไทย SCB EIC มองว่าการที่ไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ยังเติบโตสูงเปิดโอกาสสำคัญสามด้าน ได้แก่ 1. การขยายตลาดสินค้า บริการ และการท่องเที่ยวไปยังประเทศเอเชียที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น, 2. การเชื่อมโยงกับการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานใหม่ของภูมิภาค และ 3. การยกระดับบทบาทไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การขนส่ง และบริการของภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนโอกาสเหล่านี้ให้เป็นการเติบโตจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้
 
อ่านต่อรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://www.scbeic.com/th/detail/product/Asia-economy-071026