Phones





AGE คว้าสัญญาให้บริการโลจิสติกส์ 3.2ล้านตัน มูลค่ากว่า550ลบ.

2022-01-20 10:57:52 124




นิวส์ คอนเน็คท์ - AGE ฟอร์มแกร่งรับศักราชใหม่ คว้าสัญญาให้บริการโลจิสติกส์ 3.2 ล้านตัน มูลค่ากว่า 550 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ แบบครบวงจร (ขนส่งทางน้ำ-ทางบก-ท่าเรือ-คลังสินค้า) เปิดเผยว่า บริษัท เอจีอี เทอร์มินอล จำกัด (บริษัทในเครือ) ได้มีการลงนามในสัญญาให้บริการโลจิสติกส์กับ 2 บริษัทชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และทรายแก้วของไทย รวม 3.2 ล้านตัน​ หรือเฉลี่ยปีละ 1 ล้านตันเป็นระยะเวลา 3 ปี (2565-2567)

“การลงนามในสัญญาให้บริการโลจิสติกส์ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์การขยายธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำ-ทางบก-ท่าเรือ-คลังสินค้าให้ครบทุกมิติ เพื่อให้ภาพรวมธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น นอกเหนือจากธุรกิจถ่านหินที่มีอยู่เดิม เพื่อให้สอดคล้องไปกับแผนยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจในปี 2565 ที่มุ่งเน้นการขยายการเติบโตของรายได้การให้บริการโลจิสติกส์กลุ่มลูกค้าภายนอก” นายพนม กล่าว

โดยจะเห็นได้จากการขยายธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำ-ทางบก-ท่าเรือ-คลังสินค้าของบริษัทฯ ที่มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2565 ได้เตรียมแผนรองรับการขยายการลงทุนสร้างคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีคลังสินค้าที่ให้บริการอยู่แล้ว จำนวน 5 หลัง สามารถรองรับปริมาณการขนส่งผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7 ล้านตันต่อปี และยังมีการให้บริการขนส่งทางน้ำโดยเรือลำเลียง และรถบรรทุกของบริษัทฯ ทั้งมีรถบรรทุกซึ่งเป็นพันธมิตร อีกกว่า 400-500 พ่วง รวมถึงขยายกองเรือโดยการเช่าและการหากองเรือพันธมิตร เพื่อเพิ่มปริมาณการบรรทุกสินค้าทางน้ำที่มีระวางขนส่ง 200,000 ตัน ส่งผลให้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2565 ที่ 15,000 ล้านบาท และตั้งเป้าปริมาณยอดขายถ่านหิน 6.5 ล้านตัน

โดยแผนการลงทุนด้านโลจิสติกส์นี้ บริษัทฯ ดำเนินการภายใต้มาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานด้านการขนส่ง ซึ่งในปี 2021 กลุ่มบริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านอนุรักษ์พลังงาน ประเภทขนส่ง จากกระทรวงพลังงาน ถือเป็นการเน้นย้ำถึงการขยายธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติ
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ขยายสู่ธุรกิจใหม่โดยการ จัดตั้ง บริษัท เอจีอี อกริ เทรดดิ้ง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจส่งออกสินค้า เกษตร โดยใช้ความได้เปรียบจากประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ มายาวนานและความเชี่ยวชาญในการขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีรายได้ในปี 2565