Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
BBIK ปักธงปีม้า! ผลงานโต 20% - QTC รุก Green Energy Solution
MAI
NCP ปักธงรายได้ปี 69 โต 20-25%
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง UNIX จ่อขายไอพีโอ 180 ล้านหุ้น
บล./บลจ
กบข. เปิดดาวน์โหลด e-Statement ชวนสมาชิกเช็กสถานะเงินออม
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาท 30.70-31.30
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank ลุยมาตรการ ‘ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟู’ พยุงธุรกิจภาคใต้
พลังงาน - อุตสาหกรรม
SCB EIC แนะอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ไทยรับมือความเสี่ยงภาษีชิป AI ของสหรัฐฯ
คมนาคม - โลจิสติกส์
“พิพัฒน์” ลุยดึง “ดิสนีย์แลนด์” ปักหมุดลงทุนพื้นที่ EEC
แบงก์ - นอนแบงก์
ออมสิน แต่งตั้ง “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” นั่งแท่นผู้อำนวยการคนใหม่
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD แกร่ง! ฟิทช์คงอันดับเครดิตที่ระดับ ‘A-(tha)’
SMEs - Startup
TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค
ประกันภัย - ประกันชีวิต
พรูเด็นเชียลฯ จับมือเครือ รพ.พญาไท-เปาโล ยกระดับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ
รถยนต์
GPI ลุย “Bangkok International Motor Show” หวังรายได้พุ่ง 20 ล.
ท่องเที่ยว
TAGTHAi จับมือ BEM หนุนเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
อสังหาริมทรัพย์
SPALI กางแผนปีม้า ลุย 28 โครงการใหม่ ดันยอดขาย 4.5 หมื่นล.
การตลาด
บัตรเครดิตกสิกรไทย จัดแคมเปญ Double Day, Double Deal เอาใจสายช้อปออนไลน์
CSR
TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค
Information
กรุงเทพประกันภัย จัดงานแสดงความขอบคุณพนักงานที่ร่วมเป็นวิทยากรแบ่งปันความรู้และประสบการณ์
Gossip
PRM ติดโผหุ้นเด่นปีม้า โบรกชี้เป้า 9.80 บ.
Entertainment
ThaiCBN จับมือกรมลดโลกร้อน เร่งเครื่อง NDC 3.0
สกุ๊ป พิเศษ
ภาวะธุรกิจที่อยู่อาศัยปี 2568-2569
อุทกภัยหาดใหญ่ : ตอกย้ำบทบาท คปภ. และความแข็งแกร่งระบบประกันภัยไทย
2025-12-11 16:47:31
328
sharer
อุทกภัยหาดใหญ่ : ตอกย้ำบทบาท คปภ. และความแข็งแกร่งระบบประกันภัยไทย
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอุทกภัย ซึ่งกำลังกลายเป็น “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” (Structural Risk) ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแก่หลายจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางของผลกระทบ ทำให้บ้านเรือน ร้านค้า รถยนต์ และธุรกิจ SME ต้องหยุดชะงักลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้ประเมินว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างความเสียหายต่อรายได้ของประเทศในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ราว 2-3 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 0.1 - 0.2% ของ GDP ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวได้เพียง 2% ขณะที่ในปี 2569 ประเมินผลกระทบอาจสูญเสียรายได้สูงถึง 9 หมื่นล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภัยพิบัติไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นความเสี่ยงเชิงมหภาค (Macroeconomic Risk) ที่กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยตรง
ในมิติของระบบประกันภัย ความเสียหายจากการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน พบว่าขณะนี้มีการติดต่อยื่นเคลมประกันภัยแล้วมากกว่า 44,000 กรมธรรม์ มูลค่ารวมกว่า 10,840 ล้านบาท แยกเป็น ความเสียหายด้านรถยนต์จำนวน 17,000 คัน วงเงินประมาณ 4,400 ล้านบาท และความเสียหายต่อทรัพย์สินจำนวน 26,000 ราย วงเงินประมาณ 6,400 ล้านบาท (ข้อมูลยังไม่เป็นทางการ ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2568)
ถือเป็นอีกบททดสอบความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของธุรกิจประกันภัยไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ซึ่งมีค่าสินไหมทดแทนสูงกว่า 4 แสนล้านบาท ความเสียหายในครั้งนี้ยังอยู่ในระดับที่ระบบประกันภัยสามารถบริหารจัดการได้ สะท้อนพัฒนาการด้านการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจประกันภัยไทย โดยเฉพาะการใช้กลไกประกันภัยต่อ (Reinsurance) ในการกระจายความเสี่ยงสู่ระบบการเงินระหว่างประเทศ
ในเชิงนโยบาย เหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ยังตอกย้ำความแตกต่างระหว่าง “ความเสี่ยงที่สามารถคาดการณ์ได้” (Predictable Risk) กับ “ความเสี่ยงรูปแบบใหม่” (Emerging Risk) โดยภัยน้ำท่วมสามารถอาศัยข้อมูลสถิติและแบบจำลองพยากรณ์มาบริหารจัดการได้ ต่างจากกรณีโควิด-19 ที่ไม่มีฐานข้อมูลรองรับในเชิงคาดการณ์ ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยเผชิญผลกระทบรุนแรงในวงกว้างภายในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น เหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้จึงไม่กระทบต่อความมั่นคงของธุรกิจประกันภัยในภาพรวมของประเทศอย่างแน่นอน แต่กลับสะท้อนถึงความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยไทย
บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภายใต้การนำของเลขาธิการ คปภ. “ชูฉัตร ประมูลผล” จึงมีความเด่นชัดในฐานะ “Regulatory Stabilizer” ที่ทำหน้าที่รักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพของระบบประกันภัยและการคุ้มครองสิทธิผู้เอาประกันภัย ตั้งแต่การเรียกประชุมภาคธุรกิจประกันภัยทันทีหลังเกิดเหตุ การกำหนดมาตรฐานกลางการประเมินความเสียหายรถยนต์ การลงพื้นติดตามเหตุการณ์ และเร่งกระบวนการจ่ายสินไหมทดแทน ไปจนถึงการออกคำสั่งนายทะเบียนเพื่อผ่อนคลายภาระทางการเงินแก่ประชาชน ล้วนสะท้อนการใช้นโยบายที่รวดเร็ว ตรงจุด และเหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤต
อีกทั้งมาตรการซ่อมรถยนต์ที่กำหนดระดับความเสียหาย 5 ระดับ รวมถึงแนวปฏิบัติสำหรับรถไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า ยังช่วยปรับนโยบายให้สอดรับกับโครงสร้างยานยนต์สมัยใหม่ ลดข้อพิพาท และเพิ่มความชัดเจนในการพิจารณาสินไหม ส่วนมาตรการด้านประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ยังสะท้อนแนวคิดการคุ้มครองเชิงสังคมผ่านระบบประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียม
ในกรณีผู้เสียชีวิต คปภ. มีการดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อรวบรวมรายชื่อและเลขบัตรประชาชนเพื่อนำมาตรวจสอบผ่านระบบฐานข้อมูลกลางด้านประกันภัย (Insurance Bureau System) ซึ่งถือเป็นพัฒนาการสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital Insurance Infrastructure ซึ่งช่วยลดความล่าช้า เพิ่มความแม่นยำ และลดภาระของญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรัฐสวัสดิการในสถานการณ์วิกฤต
ภาพรวมเหตุการณ์อุทกภัยหาดใหญ่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงวิกฤตด้านภัยพิบัติ หากแต่เป็น “บททดสอบเชิงนโยบาย” ที่สะท้อนประสิทธิภาพของระบบประกันภัยไทยอย่างแท้จริง ผลลัพธ์ที่ปรากฏชี้ให้เห็นว่า ระบบประกันภัยยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกบริหารความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันยังตอกย้ำบทบาทของ คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเชิงกฎระเบียบ แต่ทำหน้าที่เป็น “กลไกเชิงรุกของรัฐ” ในการคุ้มครองประชาชนและรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินด้านการประกันภัยของประเทศ
โดยล่าสุด เลขาธิการ คปภ. “ชูฉัตร ประมูลผล” ได้มอบหมายให้ “อดิศร พิพัฒน์วรพงศ์” รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงาน คปภ. แถลงข่าวร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการตลาดทุนและธุรกิจประกันภัย วุฒิสภา สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย โดย คปภ. ยืนยันว่าธุรกิจประกันภัยไทยมีความมั่นคง มีสภาพคล่องเพียงพอ พร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และจะติดตามเสถียรภาพของธุรกิจประกันภัยทั้งด้านความมั่นคงและสภาพคล่องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบประกันภัยพร้อมดูแลประชาชนผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
BBIK ปักธงปีม้า! ผลงานโต 20% - QTC รุก Green Energy Solution
BBIK กางแผนปี 69 ผลงานโต 20%
NER กูรูประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” เคาะเป้าปี 69 ที่ 6.10 บ./หุ้น
QTC ลุยสู่ Green Energy Solution ปั้นรายได้ปี 69 แตะ 2 พันล.
SPALI ปีม้า! ยอดขายรวม 4.5 หมื่นล. - ITEL รายได้ปี 69 โต 15%
ITEL กางแผนปี 69 โชว์ Backlog แน่น 2.2 พันล.