Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
TTB ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 5 วงเงิน 14,000 ล้านบาท
MAI
QUICK เทรดวันแรก เปิดซื้อขาย 6.10 บ. เหนือจอง 8%
IPO
QUICK ลั่นระฆังเทรด 21 ต.ค. หุ้นใหญ่ประกาศ Lock Up
บล./บลจ
GBS แนะเก็บหุ้นอสังหาฯ รับมาตรการสินเชื่อใหม่
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี ส่องกรอบเงินบาท 33.25-33.65 บ. ชี้ดอลลาร์เข้าโหมดปรับฐาน
การค้า - พาณิชย์
KGP ผนึก สสว. หนุนผู้ประกอบการติดสปีดธุรกิจออนไลน์
พลังงาน - อุตสาหกรรม
ATLAS ผนึก PTG – พันธมิตร ลุยขยาย Touchpoint ทั่วไทย
คมนาคม - โลจิสติกส์
KCLIMATE 1.5 จับมือ มิชลิน - ThaiCBN ขับเคลื่อนการขนส่งอย่างยั่งยืน
แบงก์ - นอนแบงก์
ออมสิน พร้อมโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD ปันผลระหว่างกาลหุ้น 0.35 บาท จ่าย 21 ต.ค.69
SMEs - Startup
SO จับมือ ส.โปรแกรมเมอร์ไทย ปั้น Digital Talent
ประกันภัย - ประกันชีวิต
ไทยสมุทรฯ ส่ง “โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4” ชิงเค้กท้ายปี
รถยนต์
Continental Tyres ผนึก FIT Auto ขยายตลาดเมืองไทย
ท่องเที่ยว
กรมการท่องเที่ยว เปิดตัว “MuslimGo” ดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวมุสลิมระดับโลก
อสังหาริมทรัพย์
BAM ผลักดันนโยบายแก้หนี้ที่เป็นธรรมและยั่งยืน
การตลาด
ออมสิน เผยโฉม 10 แฟรนไชส์คุณภาพ
CSR
SO จับมือ ส.โปรแกรมเมอร์ไทย ปั้น Digital Talent
Information
EXIM BANK ผนึกพันธมิตรประกาศความสำเร็จหลักสูตร EXIM 2X
Gossip
NCP เปิดศูนย์ Telesales แห่งที่ 5
Entertainment
AI จะเข้ามาแทนที่งานของเราหรือไม่?
สกุ๊ป พิเศษ
‘Frontier Tech’ สยายปีกสู่ธุรกิจจริง
บล.ทรีนีตี้ ชี้หุ้นไทยเดือน พ.ย. แกว่งตัว Sideways
2022-11-01 14:31:55
447
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - บล.ทรีนีตี้ มองหุ้นเดือน พ.ย. แกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1560-1660 จุด ช่วงต้นเดือนได้แรงหนุนจาก Fund flow ไหลเข้าหลังตัวเลขดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกปรับตัวดีขึ้น แนะลงทุนหุ้นเชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศ KBANK, AEONTS, TIDLOR, TLI, ADVANC, DTAC, ONEE, PLANB, RATCH, COM7
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนเดือนพฤศจิกายน 2565 ว่า คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1560-1660 จุด โดยในช่วงแรกของเดือนคาดว่าบรรยากาศการลงทุนน่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี จากการที่ไม่มีข่าวร้ายใหม่เข้ามากระทบ พร้อมทั้ง Fund flow มีสัญญาณบวกต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากการพลิกกลับมามีสัญญาณที่ดีของดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนล่าสุด อย่างไรก็ดี พอผ่านพ้นช่วงต้นเดือนไป อาจต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะหากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาร้อนแรงต่อเนื่อง จะทำให้นักลงทุน Price in การขึ้นดอกเบี้ย Fed ครั้งสุดท้ายของปีนี้ในระดับที่รุนแรงมากขึ้นได้ ไม่นับรวมกับความเสี่ยงที่กนง.อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมปลายเดือนนี้อีกด้วย
ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำถือครองหุ้นในส่วนเดิมซึ่งมีต้นทุนดัชนีอยู่ราว 1590 จุด โดยยังคงเน้นโฟกัสไปที่กลุ่ม Domestic cyclical ที่ยังคงได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว และอาจมีแรงหนุนเล็กน้อยจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศช่วงถัดไป ทั้ง กลุ่มธนาคารฯ เงินทุนหลักทรัพย์ ประกันภัย สื่อสาร และสื่อและสิ่งพิมพ์ โดยมี Top pick 10 หุ้นเดิมได้แก่ KBANK, AEONTS, TIDLOR, TLI, ADVANC, DTAC, ONEE, PLANB, RATCH, COM7
ขณะที่มองการประชุม FOMC ในช่วงต้นเดือนวันที่ 1-2 พ.ย. มีความสำคัญน้อยลง จากการที่ตอนนี้นักลงทุน Price in การขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ต้องติดตามถ้อยแถลงของนาย Jerome Powell ประธาน Fed ว่าจะออกมามีทิศทาง Dovish/Hawkish อย่างไร ส่วนในระหว่างเดือน คงต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯกันต่อ เนื่องจากจะส่งผลต่อไปยังการคาดการณ์ Fed Funds futures ในตลาดได้ ซึ่งต้องบอกว่าในปัจจุบัน นักลงทุนยังคงมีมุมมอง 50:50 ระหว่างการขึ้นดอกเบี้ย 0.50% กับ 0.75% ในการประชุม Fed ครั้งสุดท้ายของปีวันที่ 13-14 ธ.ค.65
ส่วนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.นั้น หากผลการเลือกตั้งออกมาเป็นไปตามที่โพลทุกสำนักมองไว้ว่าพรรครีพับลิกันจะสามารถกลับมายึดครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้ มองจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯในทางบวกได้ โดยหากอ้างอิงจากสถิติในอดีตนับตั้งแต่ปี 1990 จะพบว่าแทบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเสียงข้างมากในสภาล่าง ตลาดหุ้นสหรัฐฯมักมีการตอบรับเชิงบวกได้ราว 4-5% โดยเสมอ ซึ่งอธิบายได้ด้วยเหตุผลของความคาดหวังในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆที่อาจจะตามมานั่นเอง
สำหรับปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าของการออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐที่อาจจะออกมาเพิ่มขึ้น อาทิ มาตรการคนละครึ่งเฟส 6 มาตรการเราเที่ยวด้วยกัน หากเกิดขึ้นจริง มองจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อกำลังซื้อในประเทศที่ส่วนหนึ่งถูกกระทบจากปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในช่วงหลัง และน่าจะเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่ม Domestic cyclical ที่ยังคงแนะนำถือครองเป็น Core portfolio ต่อไป
นอกจากนั้น ยังต้องติดตามการประชุมกนง.ในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ ล่าสุด เสียงของนักลงทุนในตลาดยังคงแบ่งครึ่งระหว่างการคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม 1.00% กับการขึ้นดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 1.25% ทั้งนี้ จากการศึกษาของทรีนีตี้พบว่า หากมีการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จะเป็นผลลบต่อดัชนี SET ราว 40-50 จุด ผ่านปรากฏการณ์ PE Contraction โดยจะทำให้ระดับ SET ที่เหมาะสมในกรณี Bull / Base / Bear ของทรีนีตี้ปรับลดทอนลงจาก 1750 /1630 / 1510 จุด เป็น 1700 / 1580 / 1470 จุดตามลำดับ
TTB ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 5 วงเงิน 14,000 ล้านบาท
GUNKUL เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ดอกเบี้ย 3.15–3.40% ต่อปี
KABNK 9 เดือนอวดกำไรกว่า 4 หมื่นล. - 88TH รุกขยาย New S-Curve
SCBX ฟอร์มแผ่ว! กำไรงวด 9 เดือนหดตัว 14%
KABNK กวาดกำไรงวด 9 เดือนกว่า 4.06 หมื่นล.
QUICK '5 หุ้นใหญ่' ลั่น Lock Up 100% - UNIX อัพกำลังผลิต 3,000 ตัน