Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
TEGH ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 - KBANK คลอดนวัตกรรมการเงิน อ้างอิงดัชนีหุ้นSETESG
MAI
EMPIRE เดินหน้าสู่เทคโนโลยีโซลูชันองค์กร
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง PHAT ลุยเข้า mai
บล./บลจ
GBS เปิดโผหุ้นคำนวณดัชนี SET50/SET100 ครึ่งปีหลัง
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี วางกรอบเงินบาท 32.50-33.20 บ./ดอลลาร์ เกาะติดราคาน้ำมัน
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank เผยดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี Q2 ฟื้น รับแรงส่งท่องเที่ยว-มาตรการรัฐ
พลังงาน - อุตสาหกรรม
ซีอีโอ EASTW ย้ำการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึง ESG-ประชาชน
คมนาคม - โลจิสติกส์
PROSPECT REIT ประเดิมปันผลรายเดือนรอบแรก 0.0710 บ.
แบงก์ - นอนแบงก์
KBANK เปิดตัวนวัตกรรมการเงินอ้างอิงดัชนีหุ้นSETESG
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
Atome จับมือ Konvy เปิดทางเลือก “ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง”
SMEs - Startup
กลุ่ม “ไร้ท์” แต่งตั้ง “กาญจนา” – “ธานี” นั่งแท่นเอ็มดี
ประกันภัย - ประกันชีวิต
TQMalpha ลุยแผน Jump+ อัพเบี้ยประกันโต 10%
รถยนต์
Autoclik จัดโปรโมชั่นพิเศษ “Mid Year Sale 2026”
ท่องเที่ยว
AirAsia MOVE มอบสิทธิเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี 1 ครั้ง
อสังหาริมทรัพย์
SCB EIC ส่องวิกฤตตลาดที่อยู่อาศัย Oversupply แนะปรับหมากระบายสต็อก
การตลาด
CardX ส่งโปรแรงผ่อนทีวี 0% รับกระแสบอลโลกคึกคัก
CSR
กลุ่ม “ไร้ท์” แต่งตั้ง “กาญจนา” – “ธานี” นั่งแท่นเอ็มดี
Information
EXIM BANK บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
Gossip
GBS ซุ่มของเด็ดในงาน SET in the City 2026
Entertainment
โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่” คว้า 5 รางวัลใหญ่
สกุ๊ป พิเศษ
บ้านปู ขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI และพลังงานสะอาด
SCB EIC สะกิดรัฐบาลคลอดมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบาง หนุนศก.โตแข็งแกร่ง
2024-01-11 19:57:03
410
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยโตช้าจากปัญหาของกลุ่มคนรายได้น้อย แนะรัฐบาลออกนโยบายระยะสั้นเพื่อช่วยกลุ่มคนเปราะบางที่ยังไม่ฟื้นตัว และนโยบายระยะยาวเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้คนไทยและป้องกันการกลับมาเป็นหนี้ มั่นใจช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยโตสูงขึ้น และศักยภาพเศรษฐกิจกลับมาสูงขึ้น
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ และตลาดการเงิน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB EIC เปิดเผยว่า กิจกรรมเศรษฐกิจไทยเพิ่งกลับไปแตะระดับก่อนโควิดเมื่อสิ้นปี 2566 ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ฟื้นจากวิกฤตโควิดช้าติดกลุ่มรั้งท้ายในโลก มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตช้าตามระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยที่ลดต่ำลงหลังโควิด สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาโดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือน สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยเร่งสูงขึ้นมากตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด ติดอันดับ 1 ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และติดอันดับ 7 ของโลก
โดยสาเหตุหลักเกิดจากความไม่พร้อมด้านรายได้ของคนไทยที่ฟื้นช้าและไม่ทั่วถึง (K-Shape recovery) คนกลุ่มบนจำนวนน้อยรายได้ฟื้นเร็วและโตดี ในขณะที่คนกลุ่มล่างจำนวนมากยังฟื้นช้า โตต่ำ และกำลังเผชิญปัญหาทางการเงินในทุกมิติ ทั้งด้านรายได้ รายจ่าย ภาระหนี้ และเงินออม โดยกลุ่มครัวเรือนที่รายได้ฟื้นช้าไม่พอรายจ่าย ส่วนใหญ่ทำงานในภาคการผลิตมูลค่าไม่สูง คือ ภาคเกษตร สัดส่วน 50% และภาคบริการ สัดส่วน 30% มีหัวหน้าครัวเรือนอายุมากคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% และเรียนจบต่ำกว่าชั้นมัธยมคิดเป็นสัดส่วนถึง 75%
ขณะที่ความไม่พร้อมด้านรายได้ของคนไทยเกิดขึ้นในกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อย ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ สาเหตุหลักของความไม่พร้อมด้านรายได้ของคนไทยมาจากผลิตภาพแรงงานที่ปรับลดลงเกือบทุกสาขาการผลิตและยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด โดยแรงงานภาคเกษตรมีผลิตภาพต่ำสุด นอกจากนี้ สัดส่วนแรงงานนอกระบบของไทยเมื่อปี 2565 ยังสูงมากถึง 51% ส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตร ภาคบริการและการค้า ซึ่งมีผลิตภาพไม่สูง
ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินกลุ่มคนรายได้น้อยจะเผชิญปัญหาด้านการเงินอีกนาน โดยจากผลสำรวจ SCB EIC Consumer survey 2566 พบว่า 1.กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยยังมีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายอยู่มาก และมีแนวโน้มเผชิญปัญหาหนี้สินเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายสูงสุดถึง 73% และส่วนใหญ่ของคนกลุ่มนี้ราว 70% มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต อีกทั้ง แนวโน้มข้างหน้ามีความจำเป็นต้องกู้มากขึ้น ส่วนใหญ่จะพึ่งพาเงินกู้นอกระบบมากขึ้น และการกู้ไปชำระหนี้กลายเป็นวัตถุประสงค์หลักของการกู้เงิน
2.กลุ่มคนรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนกว่าครึ่งหนึ่งประสบปัญหาค้างชำระหนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลจากทั้งรายได้ลดลงมากและค่าใช้จ่ายของครัวเรือนสูงขึ้น คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าคนกลุ่มอื่น ส่งผลให้กันชนทางการเงินของกลุ่มคนรายได้น้อยลดลงมากตามการออมที่ลดลงตั้งแต่เกิดโควิด โดยราว 70% ของคนกลุ่มนี้ไม่มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน หรือสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 1-3 เดือนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นทำให้ขาดรายได้ (เช่น เจ็บป่วย ออกจากงาน) สะท้อนความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนในการรองรับปัจจัยไม่คาดคิดในอนาคต และ 3. พฤติกรรมการชำระหนี้ของกลุ่มคนรายได้น้อยไม่ค่อยดีนัก โดยกว่าครึ่งมีพฤติกรรมการจ่ายชำระหนี้แค่ขั้นต่ำ หรือจ่ายหนี้ไม่เต็มจำนวน หรือผิดนัดชำระหนี้เป็นบางครั้ง อกจากนี้ กลุ่มคนรายได้น้อยยังมองว่าสถานการณ์หนี้สินของตนมีแนวโน้มปรับแย่ลงมากกว่าปรับดีขึ้นในช่วง 1 ปีข้างหน้า
ขณะที่ SCB EIC ประเมินว่ากลุ่มครัวเรือนรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนจะยังมีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายนานกว่า 3 ปี โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้ไม่ถึง 7,000 บาทต่อเดือนที่จะเผชิญปัญหานี้ต่อเนื่องนานยิ่งกว่านั้น เป็นสัญญาณว่ากลุ่มครัวเรือนระดับล่างยังเปราะบางและมีแนวโน้มจะเป็นหนี้อีกนาน ส่งสัญญาณว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนยังน่ากังวลในอนาคต โดยนโยบายเตรียมความพร้อมจึงจำเป็นต่อการฟื้นตัวด้านรายได้ของคนไทยและเศรษฐกิจไทยได้อย่างทั่วถึง โดย SCB EIC มองหากเศรษฐกิจไทยจะเติบโตสูงขึ้นได้อย่างยั่งยืน และมีระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจที่กลับมาสูงขึ้นได้อีกครั้ง จำเป็นต้องอาศัยชุดนโยบายระยะสั้นเพื่อช่วยกลุ่มคนเปราะบางที่ยังไม่ฟื้นตัว ควบคู่กับชุดนโยบายระยะยาวเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้คนไทยและป้องกันการกลับมาเป็นหนี้
โดยนโยบายระยะสั้น ได้แก่ การลดค่าครองชีพ เสริมสภาพคล่องเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนรายได้น้อยที่ยังเปราะบาง (Targeted) มีความจำเป็น เพื่อให้สามารถมีคุณภาพชีวิตและผ่านพ้นผลกระทบจากวิกฤตนี้ไปได้ ซึ่งเป็นมิติทางสังคมเพิ่มเติมจากมิติความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเจ้าหนี้ในระบบในการให้คำปรึกษาแก้หนี้ให้ลูกหนี้อย่างเหมาะสม นำระบบการให้สินเชื่อที่คิดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงลูกหนี้แต่ละราย (Risk-based pricing) มาใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ และมีการผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลให้สถาบันการเงินและ Non-bank สามารถปล่อยสินเชื่อครัวเรือนกลุ่มเปราะบางได้มากขึ้น
สำหรับนโยบายระยะยาว คือการมุ่งเพิ่มรายได้และสวัสดิการให้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ปรับทักษะแรงงาน ลงทุนการศึกษา และสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินส่วนบุคคลและครัวเรือน รวมถึงชุดนโยบายระยะยาวด้านอื่น ๆ เช่น 1.การผลักดันให้ธุรกิจ SMEs และครัวเรือนประกอบอาชีพอิสระสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่มีต้นทุนการเงินเหมาะสมได้มากขึ้น, 2.การเร่งดึงดูด FDI เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและบริการใหม่ และ 3.การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยกระดับการแข่งขันของประเทศ
TEGH ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 - KBANK คลอดนวัตกรรมการเงิน อ้างอิงดัชนีหุ้นSETESG
ตลท. สร้างคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ New Breed CMFP
TEGH ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500
BANPU ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ปีที่ 3
TQM ชู JUMP+ หนุนผลงานโตแกร่ง - PRAPAT รับมือ วิกฤติพลังงาน-สงคราม
ตลท. รับจดทะเบียน 13 DR ใหม่