Phones





กรุงศรี วางกรอบเงินบาท 35.80-36.60 บ./ดอลลาร์ ลุ้นยอดค้าปลีกสหรัฐฯ

2024-07-15 18:20:06 201



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ประเมินทิศทางค่าเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 35.80-36.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ คาดตลาดรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ของจีน และยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย.ของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุมอีซีบี ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% ในวันที่ 18 ก.ค.
 
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ภาพรวมค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.80-36.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังเงินบาทปิดแข็งค่าที่ 36.21 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังซื้อขายในช่วง 36.10-36.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ประเมินว่ามีความคืบหน้าในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อและตลาดแรงงานชะลอตัวลง ขณะที่เฟดกำลังเผชิญความเสี่ยงสองด้านและไม่สามารถให้น้ำหนักไปที่การดูแลภาวะเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว โดยเฟดใกล้ที่จะลดดอกเบี้ยแต่ยังต้องการเห็นอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวต่อไป
 
นอกจากนี้ ประธานเฟดระบุว่าการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยไม่ใช่การกระทำเพื่อหวังผลทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 5 พ.ย. ทั้งนี้ แรงขายดอลลาร์เร่งตัวหลังสหรัฐฯรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI)เพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนมิ.ย.ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 1 ปี ทางด้านดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 3.3% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 3,150 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 8,717 ล้านบาท ตามลำดับ
 
ทั้งนี้ โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่าตลาดจะติดตามจีดีพีไตรมาส 2 ของจีน ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย.ของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% ในวันที่ 18 ก.ค. อนึ่ง ภายหลังตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯสะท้อนการชะลอตัวมากขึ้น ทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย. นี้ โดยในภาพรวม ข้อมูลต่างๆทำให้เราเชื่อมั่นมากขึ้นว่าการเร่งตัวของเงินเฟ้อเมื่อต้นปีนี้เป็นเพียงภาวะชั่วคราว สนับสนุนมุมมองของเราที่ว่าเงินดอลลาร์อยู่ในทิศทางอ่อนค่าลงขณะที่ในการประชุม FOMC สิ้นเดือนนี้เฟดมีแนวโน้มส่งสัญญาณเพื่อปูทางไปสู่การปรับลดดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า ส่วนเงินเยนฟื้นตัวจากระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 38 ปี ขณะที่ข้อมูลบ่งชี้ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดหลังสหรัฐฯประกาศตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนกลยุทธ์ดูแลค่าเงินเยนไปสู่แนวทางเชิงรุก
 
สำหรับปัจจัยในประเทศ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าศักยภาพการเติบโตของไทยที่ 3% ยังไม่พอที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะที่หนี้ครัวเรือนซึ่งอยู่ที่ราว 91% ของจีดีพีสูงเกินไปสำหรับเสถียรภาพของประเทศ แต่การแก้ไขต้องใช้เวลา