Phones





กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ชี้บาทแข็งค่าหลัง กนง.หั่นดอกเบี้ย

2025-08-13 19:50:38 122



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ระบุ เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยหลัง กนง.ประกาศปรับลดดอกเบี้ย 0.25% พร้อมประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คาดว่ากนง.จะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้
 
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี อยู่ที่ 1.50% ต่อปี หลังจากคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมครั้งก่อนหน้าเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา พบว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ที่ 32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง กนง. ระบุว่าค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยลดลง
 
ทั้งนี้ ในการแถลงของ กนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2568 และ 2569 ขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ที่ 2.3% และ 1.7% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อปัญหาเชิงโครงสร้างและขีดความสามารถในการแข่งขัน แม้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีจากการส่งออกกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ และภาคการผลิต แต่คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงจากผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมของมาตรการทางภาษีสหรัฐฯ และจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะใกล้ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จะยิ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่ม SME ลูกจ้าง และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ กนง. ยังระบุถึงการหดตัวของสินเชื่อ และคุณภาพสินเชื่อที่ลดลงอีกด้วย โดยเฉพาะสินเชื่อ SME และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
 
สำหรับการประชุม กนง. ในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นวันที่ 8 ต.ค. 2568 โดยจากแถลงของ กนง. ในวันนี้มีท่าทีระมัดระวังอย่างชัดเจน โดยมองว่าควรผ่อนคลายนโยบายทางการเงินมากขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าสภาวะทางการเงินเอื้ออำนวยและช่วยลดภาระให้กับกลุ่มเปราะบาง ขณะเดียวกันจำเป็นต้องดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์คาดว่า กนง. จะลดดอกเบี้ยอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งลงไปอยู่ที่ 1.25% ก่อนสิ้นปี 2568 เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ
 
ในส่วนของทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังซื้อขายในกรอบ 32.25-32.54 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ยกเว้นเงินเยนและฟรังก์สวิส โดยตลาดตอบรับสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัว และมีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ใกล้จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่อัตราภาษีตอบโต้ของปธน.ทรัมป์ได้มีผลบังคับใช้แล้ว โดยผู้นำสหรัฐฯยังขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 100% จากการนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ตาม ภาษีสำหรับชิปเหล่านี้จะไม่ถูกเรียกเก็บจากบริษัทที่ลงนามในการผลิตชิปในสหรัฐฯ ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)ลดดอกเบี้ยลง 0.25% เป็น 4.00% ด้วยมติ 5 ต่อ 4 เสียง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 6,454 ล้านบาท และ 2,884 ล้านบาท ตามลำดับ
 
สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ ขณะที่สหรัฐฯกับจีนขยายเวลาหยุดเก็บภาษีระหว่างกันไปอีก 90 วัน ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์คัดเลือกบุคคลใกล้ชิดมาเป็นสมาชิกชั่วคราวของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) เป็นสัญญาณว่าผู้ที่ทรัมป์จะเลือกอย่างถาวรเพื่อมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดซึ่งจะสิ้นสุดวาระช่วงกลางเดือนพ.ค. 2569 จะมาจากสายพิราบและสนับสนุนการลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เรามองว่าจะถ่วงค่าเงินดอลลาร์ลง นอกจากนี้ เราเชื่อว่าในที่สุดแล้วการมองโลกในแง่ดีของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งกำลังมองข้ามผลกระทบของมาตรการภาษีนำเข้าจะไม่ยั่งยืน ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแออย่างมีนัยสำคัญเพิ่มโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเดือนก.ย.และกดดันค่าเงินดอลลาร์แม้เงินเฟ้อพื้นฐานเดือนก.ค.ของสหรัฐฯจะออกมาสูงกว่าคาดก็ตาม