Phones





กรุงศรี ส่องกรอบเงินบาท 32.10-32.80 จับตาเฟดลดดอกเบี้ย

2025-08-25 18:01:34 126



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.10-32.80 บาท/ดอลลาร์ ประเมินท่าทีเฟดลดดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ หลังสุนทรพจน์ของประธานเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตลาดแรงงาน
 
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAYเปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังซื้อขายในกรอบค่อนข้างแคบระหว่าง 32.42-32.68 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯโดย เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบเงินยูโรและเยน แม้ในช่วงแรกดอลลาร์จะได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่ขยับสูงขึ้นขณะที่นักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวังก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ในงานสัมมนาที่ Jackson Hole เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯหลายรายการออกมาในเชิงผสม
 
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงท้ายสัปดาห์หลังประธานเฟดส่งสัญญาณปรับนโยบายการเงิน ทำให้ผู้ร่วมตลาดปรับสถานะการลงทุนอีกครั้ง ทางด้านประธานาธิบดี ทรัมป์เรียกร้องให้สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดลาออกจากตำแหน่ง เพิ่มกังวลที่ว่าฝ่ายการเมืองจะเข้ามามีอิทธิพลในธนาคารกลางมากขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 6,135 ล้านบาท และ 2,459 ล้านบาท ตามลำดับ
 
สำหรับในสัปดาห์นี้ หลังสุนทรพจน์ของประธานเฟดส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ว่าเฟดเตรียมจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. 2568 เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตลาดแรงงาน อีกทั้งระบุว่านโยบายการเงินอยู่ในระดับที่เข้มงวดอาจทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางนโยบาย แม้เงินเฟ้อยังคงสูงจากผลของภาษีศุลกากรและการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยยังไม่แน่นอนก็ตาม โดยในภาพรวมคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ มองว่าแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ยังมาจากภาวะดอกเบี้ยขาลงของธนาคารกลางหลักนอกสหรัฐฯส่วนใหญ่ใกล้สุดทาง รวมถึงการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ข่มขู่ที่จะแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟดอย่างต่อเนื่อง
 
ในส่วนของในประเทศ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่สภาพัฒน์คาดว่าจีดีพีปี 2568 จะเติบโตในช่วง 1.8-2.3% จากเดิมประเมินไว้ที่ 1.3-2.3% ทางด้านวิจัยกรุงศรีมองว่าแม้จะมีความเสี่ยงด้านบวกโดยเฉพาะจากการดำเนินนโยบายการคลังและการเงิน แต่ความเสี่ยงด้านลบยังคงมีนัยสำคัญซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ และผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ โดยประเด็นเหล่านี้อาจฉุดรั้งอุปสงค์จากต่างประเทศ บั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน และจำกัดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยรวม