Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
EKH Grand Opening 'โรงพยาบาลบลูม' - UNIX ต่อยอด 2 ธุรกิจหลัก รับเมกะเทรนด์โลก
MAI
PIS ส่งซิกครึ่งปีหลังสดใส ตุน Backlog แน่น 6,096 ลบ.
IPO
FLE มั่นใจเข้าเทรด mai วันแรกสร้างความประทับใจ
บล./บลจ
CMDF และ CMRI ยกระดับการออม-การลงทุน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี วางกรอบเงินบาท 32.80-33.35 บ./ดอลลาร์ จับตาจ้างงานสหรัฐฯ
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน
พลังงาน - อุตสาหกรรม
GUNKUL จับมือ สยามพิวรรธน์ ไซม่อน ชูโมเดล 'Solar + Battery'
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE คว้า AGM Checklist ปี 69 เต็ม 100 คะแนน
แบงก์ - นอนแบงก์
BAY จับมือ “อเมริกัน เอ็กซ์เพรส” ขยายเครือข่ายรับชำระผ่านบัตรในไทย
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
PUEAN ลุยสาขาใหม่ ดันพอร์ตสินเชื่อโต 900 ล.
SMEs - Startup
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
SCB PLANET PLUS ผนึก KTO และ KKday ส่งแคมเปญ “เที่ยวคุ้ม ทั่วโลก”
อสังหาริมทรัพย์
ศุภาลัย ส่ง "Sense Pattaya" พลิกเกมคอนโดฯ พัทยา
การตลาด
พาณิชย์ผนึกกำลังปั้นเชฟรุ่นใหม่ ดึงกาแฟพันธุ์ไทยร่วมขบวน
CSR
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
Information
EXIM BANK หนุน SMEs อีสานยกระดับศักยภาพ พร้อมแข่งขันในตลาดโลก
Gossip
LEO ปลื้ม! คว้า 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน
Entertainment
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูความสำเร็จการบริหารจัดการการเงิน
สกุ๊ป พิเศษ
ซิกเว่ แบ่งปันมุมมอง ขับเคลื่อนศก.ไทยด้วย 'หลัก AI ที่มีความรับผิดชอบ'
SCB EIC หั่นจีดีพีไทยขยายตัว 1.4% หวั่นราคาน้ำมันพุ่งฉุดศก.โลก
2026-03-27 12:27:56
454
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – SCB EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 69 เหลือ 1.4% เงินเฟ้อพุ่งสูง 3.2% จากผลกระทบราคาพลังงานและความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นมาก โดยยังมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มเติมหากสงครามยืดเยื้อ
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า SCB EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.4% จากเดิมคาดขยายตัว 1.8% จากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อัตราเงินเฟ้อทั่วไปไทยเฉลี่ยทั้งปีจะเร่งตัวขึ้นมากเกินกรอบเป้าหมายของ ธปท. อยู่ที่ 3.2%
ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศจะชะลอลง โดยเฉพาะการบริโภคที่มีแนวโน้มจะถูกกระทบจากกำลังซื้อครัวเรือนและความเชื่อมั่นที่ลดลงตามราคาพลังงานและอาหารที่ปรับสูงขึ้น และจากรายได้แรงงานที่แท้จริงที่หดตัว สำหรับภาคธุรกิจจะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและอัตรากำไรที่ลดลง ธุรกิจจะชะลอการลงทุนจากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น เสถียรภาพเศรษฐกิจจะมีความเปราะบางมากขึ้นจากแนวโน้มโอกาสการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การขาดดุลเงินทุนเคลื่อนย้าย และการขาดดุลการคลังที่สูงขึ้น (triple deficits)
ทั้งนี้ สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบให้ปริมาณน้ำมันและก๊าซที่ต้องผ่านช่องแคบ Hormuz (ประมาณ 20% ของอุปทานโลก) ลดลงอย่างมาก ทำให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นสูงมากอย่างรวดเร็ว ขณะที่การโจมตีแหล่งพลังงานในตะวันออกกลางได้สร้างความกังวลใจให้กับตลาดในประเด็นอุปทานพลังงานที่อาจใช้เวลาฟื้นฟูนาน รวมทั้งความจำเป็นของประเทศทั่วโลกที่จะพยายามจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมเพื่อชดเชยปริมาณพลังงานสำรองที่เริ่มลดลง ปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์เช่นนี้จะทำให้ราคาพลังงานโลกไม่สามารถปรับลดลงได้เร็ว แม้สงครามจะจบลง
โดย SCB EIC ประเมิน 3 ฉากทัศน์ของวิกฤตตะวันออกกลาง โดย 1. กรณีฐาน (Base) ความขัดแย้งจะจบลงภายใน 2 เดือน ราคาน้ำมัน Brent ทั้งปี 2569 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล, 2. กรณีเลวร้าย (Adverse) ยืดเยื้อ 4 เดือน และมีการทำลายแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ ราคาน้ำมัน Brent ปี 2569 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 3. กรณีรุนแรง (severe) ยืดเยื้อเกิน 4 เดือน สงครามขยายวงกว้าง มีประเทศในตะวันออกกลางที่เข้าร่วมสงครามมากขึ้น รวมถึงมีแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานถูกทำลายอย่างหนัก กรณีนี้ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยทั้งปีนี้อาจสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม นอกจากราคาพลังงานโลกพุ่งขึ้นแรง สงครามนี้จะทำให้ต้นทุนขนส่งทางบก ทางทะเล และทางอากาศเร่งตัวและผันผวนสูง วิกฤตพลังงานครั้งนี้จึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกว่าวิกฤตพลังงานในอดีต โดยกำลังขยายผลวงกว้างเป็น “วิกฤตสองทาง” ทั้งจากสินค้าพลังงานและจากการขาดแคลนสินค้าต้นน้ำของอุตสาหกรรมสำคัญบางชนิด เช่น เม็ดพลาสติก ปุ๋ย ยา และโลหะ
นอกจากนี้ SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบสูงจากการเร่งตัวของราคาพลังงาน เนื่องจากไทยเป็นประเทศเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสุทธิในสัดส่วนสูงถึงราว 8% ของ GDP และมีสัดส่วนสินค้าพลังงานในตะกร้าเงินเฟ้อสูงราว 12-13% ตลอดจนมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่ำ ผลกระทบของสงครามจะทำให้เศรษฐกิจไทยเผชิญกับ Stagflation จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น รวมทั้งอาจสร้างความเปราะบางต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจผ่านการขาดดุลใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย และขาดดุลการคลังมากขึ้น
ทั้งนี้ ช่องทางหลักของการส่งผ่านผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ 1. ภาคการค้าระหว่างประเทศ จะได้รับผลกระทบจาก Terms of trade ที่แย่ลง มูลค่านำเข้าจะเร่งตัวขึ้นมากจากการนำเข้าพลังงานที่ราคาสูงขึ้นมาก ขณะที่การส่งออกจะได้รับผลกระทบจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงกว่าคาด และปัญหาการชะงักงันของอุปทาน (Supply disruption) ที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้ดุลการค้าลดลงมาก และดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกกลับมาขาดดุล
2. ภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยโดยรวมจะชะลอตัว เป็นผลจากจำนวนเที่ยวบินที่มีแนวโน้มลดลง ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่เร่งตัว และความกังวลของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการลดลงของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรป แต่ยังมีแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเติบโตอย่างจีนและอินเดีย ในภาพรวม SCB EIC ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้จาก 34.1 ล้านคนเป็น 33.2 ล้านคน, 3. การบริโภคภาคเอกชน จะชะลอลงจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นตามทิศทางราคาพลังงานโลก ส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อการฟื้นตัวของการใช้จ่ายของครัวเรือนที่ยังคงเผชิญปัญหาแผลเป็นทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านรายได้ครัวเรือนจากตลาดแรงงานที่ยังเปราะบาง และภาระหนี้สูง
4. ภาคธุรกิจเผชิญต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและกดดันอัตราผลกำไร ความไม่แน่นอนและต้นทุนที่สูงขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนตัดสินใจชะลอการลงทุนใหม่ และ 5. ตลาดการเงินผันผวนสูง เงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินไหลออกทำให้เงินบาทอ่อนค่าเร็ว ส่งผลให้ดุลบัญชีเงินทุนติดลบสูงขึ้น โดย ธปท. อาจต้องเข้ามาดูแลแทรกแซงในตลาด FX ผ่านการใช้เงินสำรองระหว่างประเทศเพื่อไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าเร็วเกินไป
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย SCB EIC ประเมินว่า กนง จะไม่เลือกปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เนื่องจากจะพิจารณาว่า เงินเฟ้อมาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ภาคธุรกิจอาจไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นให้กับผู้บริโภคได้มากนักภายใต้อุปสงค์ที่ซบเซา ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำต่อเนื่อง และมีความเปราะบางจากปัญหาภาระหนี้ในภาคครัวเรือนและ SME
ขณะเดียวกัน การลดดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มเกินกรอบของนโยบายการเงิน อาจทำให้ตลาดตั้งคำถามกับ Commitment ของ ธปท. ต่อ Inflation targeting และอาจทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วขึ้น ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อเพิ่มเติม รวมทั้งประสิทธิภาพของการลดดอกเบี้ยต่อเศรษฐกิจมีค่อนข้างจำกัดภายใต้ภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำมากแล้วและเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนที่สูง กนง. จึงน่าจะเก็บ Policy space ไว้ใช้เมื่อมีความจำเป็นและมีความมั่นใจในทิศทางของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ดี กนง. อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยเพิ่มได้อีก 1 ครั้งในปีนี้ หากผลกระทบต่อ GDP รุนแรงกว่าที่ประเมินไว้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ธปท. ตั้งใจที่จะใช้มาตรการเฉพาะจุดต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิผลของนโยบายการเงิน เช่น มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ มาตรการ Soft loan และมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ เป็นต้น
EKH Grand Opening 'โรงพยาบาลบลูม' - UNIX ต่อยอด 2 ธุรกิจหลัก รับเมกะเทรนด์โลก
NER โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะเป้าสูง 6.50 บ.
EKH เปิด 'โรงพยาบาลบลูม' หนุนรายได้โตแกร่ง
UNIX เปิดเกมครึ่งหลังปี 69 โตต่อเนื่อง
STARM ผนึก “ไปรษณีย์ไทย” ขยายธุรกิจสินเชื่อครบวงจร
RBF ลุ้นกำไรทะยานสู่ 'นิวไฮ' - PIS Backlog ทะลุ 6 พันล.