Phones





ตลท. หนุนภาคธุรกิจเข้าถึงกลไกการเงินสีเขียว

2026-10-08 13:31:23 70



นิวส์ คอนเน็คท์ - ตลท. ขยายบทบาทสู่ "ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน" (Transition Enabler) หนุนธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่าน โดยเริ่มจากโครงการ Low Carbon Cities and Carbon Market Development ที่คาดว่าจะเริ่มประมูลภายในปี 70 และ SETCarbon Platform ที่ช่วยภาคธุรกิจบริหารข้อมูลก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูล และนำไปใช้วางแผนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองผู้จัดการสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯขยายบทบาทสู่การเป็น “ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Enabler)” เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจไทยปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาเครื่องมือและกลไกที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ อาทิ ระบบประมูลคาร์บอนเครดิตเพื่อสนับสนุนกลไกตลาดคาร์บอน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลได้ภายในปี 2570 และ SETCarbon Platform ระบบจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจกเพื่อยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านความยั่งยืนและก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจ นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ Singapore Management University (SMU) จัดงาน Climate Finance Forum ภายใต้ Bangkok Climate Action Week 2026 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศด้าน Climate Finance ของประเทศไทย

สำหรับในระยะข้างหน้า บทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่จำกัดอยู่เพียง ‘ตัวกลางในการระดมทุน’ แต่กำลังขยายสู่การเป็น ‘ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน’ ที่ช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวและเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบ พร้อมเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและปรับตัวต่อความเสี่ยง (Resilience) ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะโลกเดือด ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศด้าน Climate Finance อย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านความยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการรายงานและเปิดเผยข้อมูลตามข้อกำหนดของหน่วยงานการกำกับดูแล และสนับสนุนให้ผู้พัฒนาโครงการการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ‘The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities’ 

โดยตัวอย่างแรกคือ การสนับสนุนกลไกตลาดคาร์บอน ผ่านโครงการ Low Carbon Cities and Carbon Market Development โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารโลก (World Bank) ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการนำกลไก Climate Finance มาใช้ในประเทศไทย โครงการนี้ช่วยให้อาคารสังกัดกรุงเทพมหานครใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จะขึ้นทะเบียนเป็นคาร์บอนเครดิตและนำมาประมูลผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ภายในปี 2570 โดยรายได้จากการขายจะใช้เป็นเงินทุนเพิ่มเติมให้โครงการแก้ปัญหาโลกร้อนดำเนินต่อไปได้ 

อีกหนึ่งตัวอย่างคือการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเข้าถึงกลไกการเงินสีเขียว ทั้งการขอสินเชื่อหรือออกตราสารนี้ด้านความยั่งยืน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างเพียงพอ ทั้งระบบข้อมูลด้าน ESG ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ SETCarbon Platform ที่ช่วยจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการตัดสินใจพิจารณาจัดสรรเงินทุนของสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พัฒนา Thailand Taxonomy เพื่อจำแนกกิจกรรมเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ช่วยให้ภาคธุรกิจและภาคการเงินประเมินการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองและลูกค้า เพื่อใช้วางแผนปรับตัว การเข้าถึงเงินทุน และการบริหารจัดการความเสี่ยง 

สำหรับเวที Climate Finance Forum ครั้งนี้ ผู้ร่วมเวทีเสนอว่า ควรเชื่อมโยงนโยบายระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ มาตรการสนับสนุน เงินทุน และข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศเข้าด้วยกัน ควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ บรรลุเป้าหมาย Net Zero และพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนด้านสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม