Phones





ESSO ปี64อัดงบ1.2-1.5พันลบ. ลุยขยายปั๊ม

2020-10-15 18:01:38 76




นิวส์ คอนเน็คท์ - ESSO ปี 64 อัดงบ 1.2-1.5พันล้านบาท ลุยขยายปั๊มมากกว่า 700 สาขา พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่น คาดยอดขายน้ำมันผ่านปั๊มเฉลี่ยปีนี้อยู่ในระดับ 52-53 KBD ขณะที่กำลังการกลั่นแตะ 117 KBD


เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 นายอดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เอสโซ่ ตั้งงบลงทุนปี 2564 วงเงิน 1,200-1,500 ล้านบาท สำหรับขยายการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกและการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมัน โดยจะขยายสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ให้เติบโตมากกว่า 700 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 670 แห่ง และสิ้นปีนี้ จะเพิ่มเป็น 690 แห่ง รวมถึงขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในการเพิ่มร้านค้าและบริการในสถานีบริการน้ำมัน ทั้งเบอร์เกอร์คิง, แมคโดนัลด์, เคเอฟซี, เดอะพิซซ่า คอมปะนี, เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส, แฟมิลี่มาร์ท เป็นต้น และล่าสุด ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มไมเนอร์ฟู้ด เปิดร้านกาแฟใหม่ คือ COffee Journey โดยเพิ่งเปิดสาขาแรก รามอินทรา กม.6.5 และสาขาพระราม 9 ซึ่งตั้งเป้าหมายจะขยายเป็น 12-15 แห่ง


สำหรับยอดขายปลีกน้ำมันของเอสโซ่ ปกติจะเติบโตตาม GDP ประเทศที่ขยายตัว 3-4% ต่อปี แต่ปีนี้สถานการณ์โควิด-19 กระทบยอดขายในช่วงครึ่งปีแรก และยอดขายลดลงต่ำสุดในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจุบันยอดขายกลับมา 90% แล้ว ดังนั้น ยอดขายทั้งปีนี้ จะสอดรับกับทิศทาง GDP ที่สภาพัฒน์ฯ ประเมินว่าจะติดลบ 7-8% หรือเติบโตดีกว่า GDP ซึ่งต้องรอดูว่าโควิด-19 จะกลับมาระบาดรอบ 2 รุนแรงระดับใด


ส่วนยอดขายธุรกิจค้าปลีกในช่วงไตรมาส 4 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น และการแข่งขันรุนแรงขึ้น จะเห็นโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” ออกมากกระตุ้นยอดขาย ขณะที่มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ จะเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วงกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้


โดยปีนี้ เอสโซ่จะมีกำลังการกลั่นอยู่ที่ 117,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำลังการกลั่นอยู่ที่ 114,000 บาร์เรลต่อวัน ส่วนปี 2564 กำลังการกลั่น จะอยู่ระดับใดนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่คาดยอดขายน้ำมันผ่านปั๊มเฉลี่ยปีนี้ อยู่ในระดับ 52-53 KBD


อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ถึงปัจจุบัน ที่ส่งผลให้การเดินทางด้วยเครื่องบินชะงักลงจากการปิดประเทศ ทำให้โรงกลั่นเอสโซ่ บริหารจัดการโดยปรับเปลี่ยนการกลั่นน้ำมันเครื่องบิน (Jet) ไปกลั่นดีเซลแทน แต่อาจมีผลต่อมาร์จิน เพราะโรงกลั่นส่วนใหญ่ได้ปรับเปลี่ยนไปกลั่นดีเซลเพิ่มเช่นกัน ดังนั้น บริษัทอาจจะพิจารณาเรื่องการปรับเปลี่ยนการกลั่นน้ำมันเครื่องบิน ไปเป็นการกลั่นเบนซินแทน ซึ่งเป็นจุดแข็งของโรงกลั่นเอสโซ่ที่สามารถดำเนินการได้ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่นั้น ยังต้องพิจารณามาร์จินระหว่างดีเซลและเบนซินด้วย


นอกจากนี้ เอสโซ่ ยังพร้อมลงทุนปรับปรุงคุณภาพน้ำมันมาตรฐาน ยูโร 5 ซึ่งจะเสร็จทันตามเป้าหมายที่รัฐประกาศให้ทุกโรงกลั่นฯ ต้องผลิตน้ำมันตามมาตรฐาน ยูโร 5 ในวันที่ 1 ม.ค.2567 ส่วนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อรองรับการส่งเสริมใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่มีแผน


นายอดิศักดิ์ กล่าวถึง โครงการลงทุนก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของบริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด ว่า โครงการนี้ เป็นการตัดสินใจลงทุนของบริษัทแม่ ที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ แต่ของสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้บริษัทพลังงานทั่วโลกต่างชะลอการลงทุนเพื่อรอประเมินสถานการณ์ ฉะนั้น แผนการลงทุนโครงการนี้ก็เช่นกัน ยังคงชะลอการลงทุนออกไปก่อน


ก่อนหน้านี้ บริษัทเอ็กซอนโมบิล มีแผนจะศึกษาโครงการลงทุนก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของบริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด มูลค่าลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท ในพื้นที่ อ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่ปัจจุบัน บริษัท เอ็กซอนโมบิล ได้แจ้งขอชะลอโครงการออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก 


>>>สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ทาง http://www.newsconnext.com
หรือติดตามผ่านช่อง Line@ ได้ที่ News Connext
ช่องทาง Fanpage Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/connextnews