Phones





EPG อวดงบครึ่งปีแรก กำไรพุ่ง125.6%

2021-11-18 14:50:46 204




นิวส์ คอนเน็คท์ - EPG ยอดขายครึ่งปีแรก (เม.ย. - ก.ย.64) เติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 125.6% จากปีก่อน ลุ้นครึ่งปีหลัง (ต.ค.64 - มี.ค.65) เติบโตต่อเนื่อง พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 14 สตางค์ 8 ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในงวด 6 เดือนของปีบัญชี 64/65 (เม.ย - ก.ย.64) มียอดขาย 5,914.2 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 4,281.8 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 38.1% มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 31.7% และ มีกำไรสุทธิ 862.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 382.3 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 125.6% 

มีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ทั้งจากการผ่อนคลายมาตรการ ล็อกดาวน์หลังการเร่งฉีดวัคซีน และมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของ Covid-19 การปรับขึ้นราคาพลังงาน และอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจ

ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปีบัญชี 64/65 (ต.ค.64 - มี.ค.65) จะสามารถเติบโตได้ดีขึ้นกว่าเป้าหมาย หากเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้ายังมีแนวโน้มเติบโตแม้จะชะลอตัวลงบ้าง รวมถึงไทยเปิดประเทศแล้ว และหวังว่าจะสามารถควบคุมการระบาดของ Covid-19 ได้ดี ทำให้มั่นใจกว่าผลการดำเนินงานงวดปีบัญชี 64/65 (เม.ย.64 - มี.ค.65) ยอดขายจะอยู่ที่ 11,000 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นที่ 29 - 32% ตามเป้า

โดยสินค้าภายใต้แบรนด์ Aeroflex โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาซึ่งมีสัดส่วนยอดขายมากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ขณะที่ตลาดยุโรปยอดขายรายไตรมาสปรับตัวดีขึ้น สำหรับตลาดในประเทศ คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวจากการคลายล็อคดาวน์และเปิดประเทศ

ด้านธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas และ TJM ยอดขายมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้ง AEROKLAS แนวโน้มความต้องการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP คาดว่าจะเติบโตดีขึ้นเนื่องจากได้เปิดประเทศแล้วกิจกรรมต่างๆ ภายในประเทศเริ่มกลับมาดำเนินการตามปกติ สำหรับยอดขายบรรจุภัณฑ์ประเภทถ้วยน้ำดื่มที่ชะลอตัวเริ่มกลับมาดีขึ้น อีกทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหาร

สำหรับธุรกิจในออสเตรเลีย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความนิยมท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นและความต้องการยานยนต์ประเภท Light Commercial Vehicle และ SUV ปรับสูงขึ้น อีกทั้ง ออสเตรเลีย คลายล็อคดาวน์และเปิดประเทศแล้ว TJM เตรียมความพร้อมรองรับลูกค้าในทุกช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์ และร้านค้า ภายใต้แบรนด์ TJM ทั่วออสเตรเลีย  

สำหรับบริษัทร่วมทุนและการร่วมค้า ภาพรวมปรับตัวดีขึ้นทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมฉนวนกันความร้อน/เย็น และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ โดย Aeroklas Duys (Pty) Ltd. แอฟริกาใต้ ได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและหลากหลายขึ้น และบริษัท ฟาร์แอร์โร จำกัด ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการผลิตเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้ายานยนต์ OEM คาดว่าจะเริ่มผลิตภายในไตรมาส 4 ปีบัญชี 64/65 (ม.ค. – มี.ค.65)

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 64 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานสิ้นสุด 30 ก.ย. 64 ในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท (สิบสี่สตางค์) รวมเป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 392.0 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 26 พ.ย.64 และ กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 ธ.ค.64