Phones





ทรีนีตี้ ส่องหุ้นไทยปีม้าคึกคัก รับสภาพคล่อง - Election rally

2026-01-05 19:06:45 122



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – บล. ทรีนีตี้ ประเมินตลาดหุ้นไทยช่วงเดือนแรกของปี 2569 เคลื่อนไหว Sideways ถึง Sideways up รับแรงหนุนจากสภาพคล่องที่ยังค่อนข้าง ไม่มีแรงขายกองทุนลดหย่อนภาษี พร้อมจับตา Election rally มาก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์ แนะลงทุนกลุ่มหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ และหุ้นปันผล
 
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเดือนมกราคม 2569 ว่าดัชนีจะสามารถปรับตัว Sideways ถึง Sideways up ได้ แม้ว่าจะมีปัจจัยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาบ้างในช่วงปลายปี โดยได้รับปัจจัยหนุนจากสภาพคล่องในตลาดที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี และในปีนี้ไม่มีเงินไถ่ถอนรอบใหม่ (Fresh redemption) จากกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทต่างๆ อีกทั้ง สัญญาณ Fund flow น่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี จากทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีการปรับลดดอกเบี้ยรอบล่าสุด
 
นอกจากนี้ ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยยังดูดีขึ้นผ่านมาตรวัด Earning yield gap (EYG) ที่ปรับตัวดีขึ้น จากการที่ Bond yield ของไทยปรับลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ของรอบ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงปลายปี พร้อมทั้งมีการส่งสัญญาณในโทนที่ Dovish มากขึ้น รวมทั้งยังมีปัจจัยเชิงเทคนิคได้แก่โอกาสที่หุ้น DELTA อาจกลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้งและช่วยหนุนดัชนี SET หลังจากผ่านพ้นช่วงปัจจัยกดดันจากการปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน เพื่อรองรับการหลุดดัชนี SETESG และการ Cap weight ของดัชนี SET50 และ SET100 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ในช่วงปลายเดือนม.ค. คาดว่า Sentiment ของตลาดหุ้นไทยเตรียมถูกยกระดับจากปรากฏการณ์ Election rally ที่มักเกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้าการเลือกตั้ง ซึ่งในรอบนี้ตรงกับวันที่ 8 ก.พ.
 
ทั้งนี้ ประเมินกรอบการแกว่งตัวของ SET Index เดือนม.ค. ที่ 1230-1310 จุด ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำถือครองหุ้นในส่วนเดิมต่อไป โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่แนะนำให้ ‘Overweight’ ยังคงเน้นไปที่กลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคการบริโภค มองว่าได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดชั่วคราวของกำไรไปแล้ว และกำลังอยู่ในช่วง High season ไม่นับรวมกับตัวช่วยอื่นๆ เช่นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และความคาดหวังด้านนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารงานปีนี้ ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศได้ และที่สำคัญกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ ทั้ง ธนาคาร ไฟแนนซ์ ค้าปลีก อาหาร และสื่อฯ เป็นกลุ่มที่มีระดับ Valuation ต่ำอยู่แล้วและมักจะปรับตัวได้ดีในช่วงปรากฏการณ์ Election rally โดย Top pick เดือนนี้มองไปที่ CPALL, HMPRO, GLOBAL, AEONTS, BAM
 
นอกจากนี้ ยังชอบกลุ่มหุ้นปันผลสูงที่มีประวัติการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ และมักปรับตัว Outperform ในช่วง 3-4 เดือนแรกของทุกปีต่อไป อาทิเช่น KTB, ICHI, SCB, SABINA, TTB ขณะที่อีกกลุ่มที่แนะนำให้ “Overweight” มาตลอดได้แก่กลุ่ม REIT ซึ่งล่าสุดในเดือนที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนไปถึง 4.4% มองกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการปรับตัวลงของ Bond yield ไทย ซึ่งล่าสุดทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากจะทำให้ระดับ Dividend yield gap ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไป