Phones





TTB กำไรปี 68 ชะลอตัว 2% อยู่ที่ 2.06 หมื่นล.

2026-01-20 14:37:36 77



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – TTB ประกาศผลงานปี 68 มีกำไรสุทธิ 20,639 ล้านบาท ด้านคุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพ หนี้เสียทรงตัว และอัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูงที่ 152% ขณะที่แผนการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นและพันธกิจการช่วยเหลือลูกค้าแก้หนี้อย่างยั่งยืนสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย
 
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 จำนวน 5,240 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิงวดปี 2568 อยู่ที่ 20,639 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติเพื่อชดเชยการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและการลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกค้า โดยธนาคารมุ่งเน้นการบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์และหนี้สินในเชิงรุกเพื่อให้อัตราผลตอบแทนและต้นทุนทางการเงินมีความสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันก็ใช้ศักยภาพด้านดิจิทัลยกระดับการนำเสนอโซลูชันทางการเงินให้กับลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งช่วยกระตุ้นทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯ ลดลงจากปีก่อนเป็นผลสืบเนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ
 
ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 16,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 6.4% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงลดลง 1.1% สำหรับภาพรวมรายได้จากการดำเนินงานรวมในปี 2568 อยู่ที่ 65,677 ล้านบาท ลดลง 5.4% จากปีก่อน สะท้อนผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 10.3% แม้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะปรับตัวดีขึ้น 16.2% ก็ตาม ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ได้แก่ การฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายแบงก์แอสชัวรันส์ ผลิตภัณฑ์การลงทุน และบัตรเครดิต
 
ในส่วนของสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 1,205 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงชะลอลง 2.9% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 สะท้อนผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ ภายใต้แนวทางการเติบโตสินเชื่ออย่างรอบคอบ ธนาคารสามารถเติบโตสินเชื่อกลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง นำโดยสินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อเล่มแลกเงิน สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต หนุนโดยกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพภายใต้ Ecosystem ของธนาคาร ได้แก่ กลุ่มคนมีบ้าน คนมีรถ พนักงานเงินเดือน และลูกค้า Wealth
 
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารสามารถควบคุมหนี้เสียให้ทรงตัวที่ระดับ 39,000 ล้านบาท ได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่อัตราส่วนหนี้เสียอยู่ที่ 2.87% ซึ่งอยู่ภายในกรอบเป้าหมาย เป็นผลจากการที่ธนาคารเน้นย้ำการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพและการช่วยเหลือลูกค้าแก้หนี้อย่างยั่งยืน ขณะที่อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูงที่ 152% สะท้อนนโยบายการตั้งสำรองฯ อย่างรอบคอบ โดยธนาคารยังคงตั้งสำรองฯ พิเศษเพิ่มเติมจากระดับปกติเพื่อรองรับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้น
 

สำหรับการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นตามแผน Capital Management สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี (ปี 2568-2570) วงเงิน 21,000 ล้านบาท รวมถึงความคืบหน้าของแผนการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) และดีลบริษัท ที ลิสซิ่ง จำกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการในกลุ่มลูกค้า Ecosystem ของธนาคาร ตามแนวทางการสร้างการเติบโตจากภายนอก หรือ Inorganic growth
 
อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ โดยธนาคารยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ครอบคลุมทั้งกลุ่มเปราะบางและลูกค้าประวัติดีผ่านหลากหลายโครงการ เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่ง ณ สิ้นปี 2568 มีลูกค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 77,500 ราย คิดเป็นยอดสินเชื่อราว 41,000 ล้านบาท ด้านโครงการ “รวบหนี้” มีลูกค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 68,240 ราย เพิ่มขึ้นจาก 37,470 รายในปีที่แล้ว และสามารถช่วยลูกค้าลดภาระดอกเบี้ยไปได้กว่า 2,840 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “ผ่อนดี มีรางวัล” สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดี ซึ่งมีลูกค้าเข้าร่วมคิดเป็นวงเงินรวมกว่า 3,000 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ จากสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ธนาคารมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนในปี 2569 พร้อมเดินหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่มีต่อผู้ถือหุ้นและลูกค้า และมุ่งสู่เป้าหมายระยะยาวในการเป็น Humanized Digital Banking พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและสนับสนุนแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) เพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น