Phones





กกพ.อนุมัติไลเซ่นส์จัดหาก๊าซให้ BGRIM

2020-05-27 17:01:48 300



 



นิวส์ คอนเน็คท์ – กกพ.อนุมัติใบอนุญาตให้ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติในปีแรก 3.5 แสนตันปีถัดไป 6.5 แสนตันต่อปี หวังเปิดโอกาสให้เอกชนรายใหม่เตรียมความพร้อมในการนำเข้า LNG ในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน ขณะที่ BGRIM พร้อมเริ่มนำเข้าปี65 รองรับโรงไฟฟ้า SPP ยันคงเป้ารายได้ 10-15%


นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกพ. ได้เห็นชอบให้บริษัท บี.กริม แอลเอ็นจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย โดยจะเริ่มนำเข้าปี 65 เป็นปีแรก 3.5 แสนตัน ปีถัดไป 6.5 แสนตันต่อปี


โดยก่อนหน้านั้นได้อนุมัติใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติให้กับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จากดำเนินมีผู้ได้ใบอนุญาต 1 ราย คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตรายใหม่จะสามารถดำเนินการประสานงานติดต่อคลังเก็บก๊าซธรรมชาติ (LNG Receiving Terminal) และระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อศึกษาความสามารถของระบบก๊าซธรรมชาติ การจองการใช้งานระบบส่งก๊าซธรรมชาติ และเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ ในการนาเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้เป็นไปตามเงื่อนไขทีระบุไว้ในการขอรับใบอนุญาต


นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGRIM กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมในการจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กกพ.อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) ให้กับทางบริษัท โดยจะทยอยนำเข้าตั้งแต่ปี 65 เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้า SPP Replacement จำนวน 5 โรง กำลังการผลิต 140 เมกะวัตต์ต่อแห่ง ซึ่งในปีแรกจะนำเข้าอยู่ที่ 3.5 แสนตันตามความต้องการใช้จริง หลังจากนั้นจะนำเข้า LNG จำนวน 6.5 แสนตันต่อปี ทั้งนี้มั่นใจว่าการนำเข้า LNG ในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อประเทศ และกลุ่มลูกค้าที่จะมีต้นทุนค่าไฟฟ้าถูกลง



สำหรับการดำเนินงานในปี 63 โดยบริษัทยังคงเป้ารายได้ไว้ที่ 10-15% เนื่องจากไตรมาส 1/63 ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ขณะเดียวกันบริษัทฯจะรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการโซลาร์ฟาร์มที่เวียดนาม 677 เมกะวัตต์ และแม้ว่าลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมบางกลุ่มอาจจะชะลอการผลิตไปบ้าง โดยเฉพาะภาคยานยนต์ แต่ก็มีลูกค้าบางกลุ่มที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น อาทิ กลุ่มแพกเก็จจิ้ง และเครื่องปรับอากาศ


นอกจากนี้บริษัทยังมีลูกค้ารายใหม่ที่จะทยอยเข้ามาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงปลายปีนี้อีก 30 เมกะวัตต์ ดังนั้นจึงมั่นใจว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่ความคืบหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มที่กัมพูชา 30 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้


อย่างไรก็ตามบริษัทฯเตรียมงบลงทุนปีนี้อยู่ที่ 1.6-1.8 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้ในโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาก่อสร้าง รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ขณะที่งบลงทุน 5 ปี (ปี 2563-2567) อยู่ที่ 7-7.5 หมื่นล้านบาท 


>>>สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ทาง http://www.newsconnext.com
หรือติดตามผ่านช่อง Line@ ได้ที่ News Connext
ช่องทาง Fanpage Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/connextnews