Phones





GBS ส่องกรอบดัชนี มิ.ย. 1,550-1,620 จุด ชี้เป้า 5 หุ้นเด่น

2026-06-08 19:01:01 76



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - GBS ประเมินตลาดหุ้นไทยเดือนมิ.ย. 69 ผันผวนในกรอบ 1,550-1,620 จุด จากแรงกดดันความตึงเครียดระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง-วิกฤตพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และความเสี่ยงสหรัฐฯ ขู่เก็บภาษีนำเข้า แนะนำกลยุทธ์การลงทุนใน 5 หุ้นเด่นกลุ่มส่งออกอาหารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
 
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนมิ.ย. 2569 มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้น จึงประเมินกรอบดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,550 - 1,620 จุด
 
สำหรับปัจจัยลบภายนอกและภายในที่ต้องระวังในระยะนี้ คือการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก ดันราคาดิบ Brent พุ่งเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI แตะ 99-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งความผันผวนของราคาน้ำมันดิบส่งผลโดยตรงต่อราคาหน้าปั๊มและต้นทุนภาคการผลิต ในประเทศไทยมีการปรับราคาน้ำมันขายปลีกหลายครั้งในเดือนพ.ค. รวมกว่า 3 บาทต่อลิตร
 
นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงการตอบโต้ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นตัวเร่งความเสี่ยง รวมถึงเงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับสูงทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจลดดอกเบี้ยช้ากว่าคาด โดยผลสำรวจ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 41.1% ที่เฟด (FEDจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 9.1% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ขณะเดียวกันยังมีมาตรการทางการค้าที่สหรัฐฯ (USTR) เสนอเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% จากสินค้าส่งออกไทยทุกประเภท (ยกเว้นกลุ่ม Annex A) หลังวินิจฉัยกรณีแรงงานบังคับ (Forced Labor)
 
ขณะที่ปลัดกระทรวงการคลังได้แสดงความกังวลว่าการจัดเก็บรายได้ในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้จะท้าทายมากเนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์พลังงาน แม้ว่าในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้า และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศเตือนเรื่องการซื้อขายหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) เมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมามีราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกระแส AI และ Data Center จนทำให้ค่า P/E และ P/BV พุ่งสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน (เกิดภาวะเก็งกำไรสูง)
 

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยบวกหนุนที่ช่วยพยุงดัชนี โดยสภาพัฒน์รายงาน GDP ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8% สูงกว่าที่ตลาดคาด โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตถึง 10.1% และการส่งออกสินค้าที่ขยายตัว 17.8% อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" (1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569) ส่งผลให้ ธปท. ปรับเพิ่มเป้าหมาย GDP ปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% (จากเดิม 1.5%) ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทรงตัวดี โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
 
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามตลอดเดือนมิ.ย. 2569 ประกอบด้วย วันที่ 8 มิ.ย. ญี่ปุ่นรายงาน GDP Q1/2569 และสหรัฐฯ รายงานคาดการณ์เงินเฟ้อผู้บริโภค, วันที่ 9-10 มิ.ย. จีนและสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดุลการค้าเดือนพ.ค., วันที่ 16-17 มิ.ย. กำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ครั้งที่ 4/2569, วันที่ 19 มิ.ย. การเปิดตัว CLICX (KTB + OR + AIS) ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) รายแรก, วันที่ 24 มิ.ย. การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2569, ช่วงกลางเดือน การประกาศปรับน้ำหนักดัชนี Rebalance SET50 - SET100 และวันที่ 30 มิ.ย. วันปิดงวดบัญชีไตรมาส 2/2569
 
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสภาวะตลาดผันผวน โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและมีผลการดำเนินงานรองรับอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากตัวเลขการส่งออกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ DELTA, HANA, KCE, AAI และ ITC