Phones





GBS ส่องดัชนีผันผวน รับแรงกดดันน้ำมัน – บอนด์ยิลด์พุ่ง

2026-09-28 16:55:59 69



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - GBS ประเมินดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวน รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น รวมถึงความกังวลเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย และสถานการณ์น้ำท่วม แนะนักลงทุนเกาะติดปัจจัยการเมืองและการประชุมสำคัญ ชี้เป้าหุ้นได้อานิสงส์จากการซ่อมแซมหลังน้ำท่วม
 
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้ยังคงแกว่งตัวผันผวนจากแรงกดดันสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ที่อยู่ในระดับสูงบั่นทอนความน่าสนใจในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการใช้บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งในวันที่ 28 ก.ย. นี้ จึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,600–1,630 จุด
 
ในส่วนของปัจจัยลบที่เข้ามากดดันตลาดในสัปดาห์นี้ โดยหลักมาจากการปรับตัวลดลงของดัชนีดาวโจนส์ 161.61 จุด หรือ -0.31% จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น และสร้างความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 94.61 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีซึ่งอิหร่านหนุนหลังได้ยิงขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย จนเกิดความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันชะงักงัน และ FedWatch Tool ของ CME Group ยังระบุว่านักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 69% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนต.ค. นี้จากเดิม 55.4% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ส่วนปัจจัยลบภายในประเทศมาจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลในหลายพื้นที่หลังฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งการผลิตและการขนส่ง
 
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุง โดยวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติคัดค้านญัตติ War Powers Resolution เพื่อถอนกำลังทหารออกจากการสู้รบกับอิหร่าน และมิตรภาพระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ การเรียกร้องให้ร่วมมือกันและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง นอกจากนี้ สหรัฐฯ และจีนยังตกลงขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าออกไปจนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2570
 

ขณะที่ปัจจัยในประเทศ สำนักงาน ก.ล.ต. ขานรับสภาฯ รับหลักการร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับเพื่อยกระดับการกำกับดูแลยุคดิจิทัล และบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์เห็นชอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมชิปและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติฉบับแรก วางเป้าหมายดึงดูดการลงทุนกว่า 5 แสนล้านบาทใน 5 ปี พร้อมเตรียมพิจารณาโครงการติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป 1-1.5 ล้านครัวเรือนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน
 
ในส่วนของปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในประเทศประกอบด้วยการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ ยอดผลิตและส่งออกรถยนต์จาก ส.อ.ท. คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 28 ก.ย. และรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินจาก ธปท. รวมถึงการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคจาก สศอ. และ สศค. ส่วนปัจจัยต่างประเทศได้แก่รายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.ของจีน ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2569 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอียู ตัวเลข JOLTS และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ตลอดจนตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้ง GDP ไตรมาส 2/2569 (Final) และดัชนี PCE เดือนส.ค.
 
ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการซ่อมแซมหลังน้ำท่วม ได้แก่ GLOBAL, DOHOME, HMPRO, TASCO, DCC และ DRT