Phones





“โกลเบล็ก” ส่องดัชนี พ.ย. Sideway ชูหุ้น รพ. เด่นรับไฮซีซัน

2026-11-03 12:53:44 116



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - บล. โกลเบล็ก ประเมินดัชนีหุ้นไทยเดือนพ.ย. แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,480-1,550 จุด จากปัจจัยกดดันแรงเทขายของต่างชาติ บวกกับวิกฤตตะวันออกกลางยังทำให้ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง ด้าน FED ก็จ่อขึ้นดอกเบี้ย แนะกลยุทธ์พักเงินในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล รับอานิสงส์งบไตรมาส 3 โตเด่นเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน
 
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ย. 2569 มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน (Sideway) ในกรอบ 1,480-1,550 จุด จากปัจจัยกดดันการเทขายสะสมของนักลงทุนต่างชาติ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันดิบ WTI ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. นี้
 
สำหรับปัจจัยบวกที่เข้ามาพยุงตลาด ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) เตรียมระบายน้ำมันสำรอง 42.6 ล้านบาร์เรล โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นน้ำมันดีเซลเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน และการที่ราคาน้ำมันร่วงลงแรง หลังมีรายงานว่าอิหร่านส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ทำให้ตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน ขณะที่ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3/2569 ขยายตัว 3.4% แข็งแกร่งกว่าที่คาด และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.2% ด้านประธาน FED แถลงยืนยันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ร้อนแรงเกินไป แม้มีแรงกดดันด้านอุปสงค์อันเนื่องมาจากการเติบโตของการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ตาม และย้ำว่าการเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม ตามการคาดการณ์ของตลาด แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในเขตยูโรโซนดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี
 
ขณะที่ที่ประเด็นในประเทศกระทรวงการคลังสามารถเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2569 ทะลุเป้าแตะ 2.94 ล้านล้านบาท อานิสงส์จากการบริโภคที่ฟื้นตัวและผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่น-ไฟฟ้าที่เติบโตตามราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ธปท. เตรียมออก 5 มาตรการกำกับดูแลการเงินใหม่ คุมซื้อขายทองคำเกิน 10 ล้านบาท ออกใบอนุญาต BNPL ยืนยันดอกเบี้ยนโยบาย 1% เหมาะสม
 

ในส่วนของปัจจัยลบที่ต้องระวัง คือ ความกังวลด้านเงินเฟ้อหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ในเดือนก.ย. ปรับตัวขึ้น 3.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากเดือนส.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 3.4% ทิศทางราคาถ่านหิน Newcastle ที่ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกมาก โดยหากราคาก๊าซธรรมชาติยังอยู่ในระดับปัจจุบัน ราคาถ่านหินอาจพุ่งสูงกว่า 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันก่อนที่จะสูญเสียความได้เปรียบด้านต้นทุนเมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติ 
 
ด้านโอเปกพลัส มีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการคงนโยบายติดต่อกันเดือนที่สาม สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด รวมถึงเหตุการณ์โจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของ Binance ซึ่ง FBI ระบุว่าเป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ ตลอดจนความเสี่ยงในการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ หากพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินนโยบายของปธน.ทรัมป์ในช่วง 2 ปีที่เหลือของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
 
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ในประเทศเตรียมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (7-11 ธ.ค.) และการประชุม กนง. (23 ธ.ค.) ส่วนต่างประเทศ ให้น้ำหนักไปที่ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (3 พ.ย.) ที่อาจมีต่อนโยบายการคลังของสหรัฐ การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (5 พ.ย.) และการรายงานดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งดัชนี PMI ของจีน ยุโรป และสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน
 
ทั้งนี้ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวน ลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BDMS, PR9 และ BH เนื่องจากประเมินว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะออกมาเติบโตอย่างโดดเด่น จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจกลุ่มโรงพยาบาล