Phones





“เคทีซี” ร่วมวง “Thai Select” ผลักดันอัตลักษณ์อาหารไทยสู้โควิด-19

2020-12-09 07:59:52 1107



“เคทีซี” ร่วมวง “Thai Select” ผลักดันอัตลักษณ์อาหารไทยสู้โควิด-19 (สกู๊ปพิเศษ)



การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 63 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดของไทย แต่ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการช่วยเหลือ หรือมาตรการเยียวยาดูแล จะมุ่งเน้นไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก เพราะเป็นภาพที่ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบจากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้ แต่ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่อาการสาหัสไม่แพ้กัน และไม่ค่อยมีใครพูดถึง คือ “ธุรกิจร้านอาหาร”

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้จัดการอาวุโส - ธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดของร้านอาหาร (Dining) เป็นกลุ่มที่เราให้ความสำคัญและทำการตลาดค่อนข้างมาก เพราะเป็น Everyday Usage ที่สมาชิกใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งในแง่ของยอดการใช้จ่าย (Spending)​ จะอยู่ในอันดับ 6-7 ของพอร์ตเคทีซี แต่ในด้านของปริมาณธุรกรรมการใช้จ่าย (Transaction) ​จะเป็นอันดับ 2-3 ของพอร์ตเคทีซี



แต่การระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารทั้ง Chain ขนาดใหญ่ หรือร้านอาหารทั่วไป โดยเฉพาะการที่ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ต้องการหาพันธมิตรเข้ามาช่วยให้ร้านอาหารอยู่รอดได้ ซึ่งเป็นที่มาของการที่เคทีซีได้เข้าไปพูดคุย จนมาจบที่แคมเปญ Thai SELECT

สำหรับ Thai SELECT นั้น ถือเป็นตราสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงในหมู่ชาวต่างชาติ เพราะเริ่มต้นจากการให้ตราสัญลักษณ์แก่ร้านอาหารไทยที่อยู่ในต่างประเทศ เพื่อรับรองว่าร้านดังกล่าวมีรสชาติไทยแท้ หรือมีรายการอาหารที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยป้ายสัญลักษณ์จะมีสีแตกต่างกันไปตามประเภท คือ



*Thai SELECT SIGNATURE จะอยู่บนพื้นสีทอง สำหรับร้านอาหารที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ขายอาหารไทยแท้ ตกแต่งร้านสวยงามและบริการเป็นเลิศ อาทิ รอยัล โอชาและ บ้านสุริยาศัย
*Thai SELECT CLASSIC บนพื้นสีแดง สำหรับร้านอาหารไทยระดับ 3-4 ดาว คุณภาพดีเยี่ยม เป็นเมนูอาหารไทยต้นตำรับคุณภาพดี อาทิ เมธาวลัย ศรแดง และ เสวย
*Thai SELECT UNIQUE บนพื้นสีส้ม สำหรับร้านอาหารคุณภาพดีเยี่ยม และขายอาหารไทยต้นตำรับคุณภาพดี และมีเมนูอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ คั่วกลิ้ง ผักสด, และส้มตำเด้อ


อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจแรกของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการฯ ต้องการมอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้ร้านอาหารไทยที่อยู่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และส่งเสริมการบริโภคอาหารไทยในต่างประเทศมากว่า 20 ปี

สำหรับในประเทศไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้นำตราสัญลักษณ์มาต่อยอด แต่จะเน้นโปรโมตไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเริ่มทำมา 3 ปีแล้ว แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด -19 ไม่มีชาวต่างชาติเข้ามา ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องการช่วยให้ร้านอาหารไทยอยู่รอดได้ จึงร่วมมือกับเคทีซีในการช่วยโปรโมตร้านอาหารและสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้เป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยที่ชื่นชอบรสชาติและอัตลักษณ์ในอาหารไทย



ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในประเทศไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT อยู่ราว 700-800 ร้าน และเบื้องต้นได้มีการร่วมมือกับเคทีซีจำนวน 108 ร้านค้า มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่เข้าไปใช้บริการ ซึ่งเทรนด์ความสนใจในอาหารไทยได้เริ่มเห็นเด่นชัดมา 2-3 ปี และร้านอาหารไทยที่เป็น Chain มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้คนได้รู้จักร้านอาหารไทยมากขึ้นตามไปด้วย และยิ่งในช่่วงที่ร้านอาหารไทยได้รับสัญลักษณ์มิชลิน ยิ่งทำให้เกิดกระแสการยอมรับในอาหารไทยมากขึ้น


“การเข้าไปร่วมแคมเปญครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เคทีซีได้ร่วมมือกับภาครัฐ ซึ่งจะช่วยให้เราได้พันธมิตรร้านอาหารไทยมากขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และยังได้ช่วยเหลือร้านค้าอีกด้วย เพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว ทุกคนต้องการพันธมิตรธุรกิจ ถือเป็นโอกาสดีที่เคทีซีได้มีส่วนช่วยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โปรโมตตราสัญลักษณ์ Thai SELECT และเชื่อว่าอนาคตจะมีอีกหลายโปรเจคท์ที่ได้ทำงานร่วมกัน” นางสาววริษฐา กล่าว




สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ซึ่งเคทีซีได้มีการจัดทำหนังสือ “PRIDE OF THAIS” โดยรวบรวมร้านอาหารไทยจำนวน 108 ร้านค้าที่ร่วมแคมเปญกับเคทีซี พร้อมสิทธิพิเศษต่างๆ ไว้สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดหนังสือได้ที่ www.ktc.co.th/thaiselect


>>>สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ทาง http://www.newsconnext.com
หรือติดตามผ่านช่อง Line@ ได้ที่ News Connext
ช่องทาง Fanpage Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/connextnews