Phones





EPG ปรับเป้ารายได้ 63/64 ลดลง 10-12%

2021-02-23 17:32:01 188




นิวส์ คอนเน็คท์ – EPG วางเป้าหมายรายได้งวดปี 63/64 ลดลง 10-12% หลังโดนโควิดเล่นงาน เพิ่มนโยบายลดค่าใช้จ่าย “USE” คาดโควิดคลี่คลาย-ทุกธุรกิจฟื้น


เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัทวางเป้าหมายรายได้งวดปี 63/64 (เม.ย.63-มี.ค.64) มีรายได้จากการขายลดลงประมาณ 10-12% จากปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 28-30% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรง ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์จากทั่วโลกหยุดทำการผลิต จึงมีผลทำให้กระทบต่อธุรกิจในทุกภาคส่วน


ทั้งนี้ บริษัทได้นำนโยบายลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือนโยบาย “USE” (U: Utilization การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า S: Save การประหยัดค่าใช้จ่าย และ E: Efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน) มาใช้บริหารงานภายในองค์กร ส่งผลให้งวด 9 เดือน ปีบัญชี 63/64 (เม.ย.63-ธ.ค.63) สามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ถึง 182 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


ด้านธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex เป็นสินค้าจำเป็น ที่นำไปใช้ในระบบปรับอากาศ อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง อุตสาหกรรมยา และคลีนรูม เป็นต้น ซึ่ง Aeroflex มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 29% และต่างประเทศ 71% โดยยอดขายในประเทศยังเติบโตช้าตามการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของยอดขายในญี่ปุ่น และยุโรป สำหรับการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะนำเครื่องจักรระบบ High speed มาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คาดว่าจะเริ่มทดสอบการผลิตได้ประมาณเดือน มิ.ย. 64


ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 24% และต่างประเทศ 76% อุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้สินค้ากลุ่มชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ Aeroklas ปรับตัวดีขึ้น


สำหรับธุรกิจในออสเตรเลีย TJM Products Pty.Ltd (TJM) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการยานยนต์ประเภท Light Commercial Vehicle และ SUV ในออสเตรเลียสูงขึ้นจากปีก่อน อีกทั้ง TJM ได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออนไลน์ เพื่อความสะดวกของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดจำหน่าย นอกจากนี้ TJM มีแผนขยายแฟรนไชส์ TJMในทวีปเอเชีย ภายใน 2 ปี


ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ EPP มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 94% และต่างประเทศ 6% โดย EPP ยังคงทำตลาดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทกล่องใส่อาหารและถ้วยน้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แนวโน้มความต้องการบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญจึงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาชดเชยกลุ่มถ้วยน้ำพลาสติกที่ชะลอตัวลง สำหรับกรณีที่จะมีมาตรการยกเลิกการใช้แก้วพลาสติกบางความหนาน้อยกว่า 100 ไมครอน ในปี 2565 นั้น EPP ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากถ้วยน้ำพลาสติก EPP มีขนาดมากกว่า 100 ไมครอน อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ประเภทไบโอพลาสติก และกระดาษ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค


>>>สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ทาง http://www.newsconnext.com
หรือติดตามผ่านช่อง Line@ ได้ที่ News Connext
ช่องทาง Fanpage Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/connextnews