Phones





COM7 กวาดกำไร 709 ลบ. ยิ้มรับ Q4 ไฮซีซั่น

2024-11-14 21:30:07 115



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - COM7 โชว์ผลงานไตรมาส 3/67 ฟาดกำไร 708.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% รับปัจจัยบวกจากความต้องการสมาร์ทโฟนของผู้บริโภค และการเปิดตัว iPhone16 ขณะที่ในไตรมาส 4/67 เข้าสู่ฤดูไฮซีซั่น เตรียมรับยอดขายสมาร์ทโฟนและสินค้าใหม่หนุน พร้อมบุกตลาด Solar มั่นใจรายได้ปีนี้โต 10 % ตามเป้า
 
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 นางสนธยา ธัง Chief Marketing Officer บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2567 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการเท่ากับ 17,983.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับกำไรส่วนของบริษัทใหญ่เท่ากับ 708.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 13.3% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน รวมถึงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจากบริษัทร่วมอีกราว 14.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 155.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 5.8 ล้านบาท ขณะที่ ณ สิ้นเดือนก.ย. 2567 คอมเซเว่นมีจำนวนสาขาทั้งหมด 1,301 แห่ง และในช่วงไตรมาส 4/2567 คาดว่าจะเปิดเพิ่มจำนวน 24 แห่ง ส่งผลให้สิ้นปี 2567 บริษัทจะมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 1,325 แห่ง ทั่วประเทศ
 
“ไตรมาส 3 มีปัจจัยบวกหลายอย่างโดยเฉพาะจากมาตรการภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจและผลจากการเปิดตัว iPhone16 แต่ปัจจุบันบริษัทยังคงเผชิญกับปัญหาขาดแคลนสินค้าและการส่งมอบที่ล่าช้าออกไป แต่ได้ประเมินสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อยอดขายในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากตอนนี้ยังเห็นผลสะท้อนชัดเจนว่า ยังมีความต้องการของตลาดสูงอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค ขณะที่สินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของบริษัทสร้างการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก ซึ่งสูงกว่าภาพรวมตลาด และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ดี ทำให้แนวโน้มกำไรแข็งแกร่งขึ้น” นางสาวสนธยา ธัง กล่าว
 
ด้านนายจรัสพงษ์ ประเสริฐสกุล Head of sales and operations กล่าวว่า ภาพรวมบริษัทในกลุ่มแม้ยังมีผลการดำเนินงานไม่โดดเด่น แต่ภาพรวมมีการเติบโตที่ดีขึ้น ทั้งธุรกิจเช่าซื้อสินค้าภายใต้ UFund (Thunder FinFin) ที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้า Apple ได้ง่ายขึ้นมีอัตราการอนุมัติที่ดีขึ้น ภายใต้การควบคุมความเสี่ยงอย่างรัดกุม ด้าน iCare ประกันภัย เริ่มเข้ามาขยายตลาดจริงจังในไตรมาส 1/2567 เห็นยอดขายที่มีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง
 
ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติให้บริษัทย่อยของบริษัทเข้าร่วมลงทุนเพื่อจัดตั้งบริษัทแห่งใหม่ ชื่อ บริษัท โซลาร์ ไนน์ จำกัด เพื่อดำเนินกิจการจัดจำหน่ายโซลาร์เซลล์ โดย บริษัท คอมเซเว่น โฮลดิ้ง จำกัด จะถือหุ้น 60 % ของทุนจดทะเบียน และนายขวัญชัย มยุรศิริพงษ์ ถือหุ้นสัดส่วน 40 % ของทุนจดทะเบียน โดยวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อต่อยอดทางธุรกิจและประกอบกิจการอื่นที่สืบเนื่องกับธุรกิจหลัก โดยใช้เงินสดจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทเป็นเงินลงทุน เพื่อขยายตลาดรับทิศทางพลังงานทดแทนมีแนวโน้มเชิงบวก และได้อานิสงส์ภาครัฐสนับสนุน เปิดจำหน่ายไปแล้วในไตรมาส 3/2567 ในร้าน BaNANA จำนวน 41 จุดขาย และจะเปิดอีก 59 จุดขายในไตรมาส 4/2567 รวมเป็น 100 จุดขาย รุกตลาด Solar เต็มตัว
 
สำหรับภาพรวม iPhone16 ที่เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา และเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันที่ 20 ก.ย. 2567 ได้รับการตอบรับที่ดีตั้งแต่เปิดจอง โดยยอดจองเพิ่มขึ้นประมาณ 34 % สะท้อนกระแสความสนใจของสินค้า ขณะที่ข้อจำกัดในเรื่องอุปทานสินค้าที่มีจำกัดในช่วงเปิดตัวล็อตแรก เมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นก่อน มีจำนวนลดลง อีกทั้ง การมีจำนวนประเทศ Tier1 ที่จำหน่าย iPhone ล็อตแรกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายในช่วงเปิดตัวเดือนก.ย. ยังเข้ามาไม่เต็มที่นัก แต่กลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเดือนต.ค. พร้อมด้วยการจัดกิจกรรมการตลาด และแคมเปญ Trade in Plus กระตุ้นกำลังซื้อ ส่งผลให้ COM7 มีทราฟฟิคคนเข้ามาประเมินราคาเพิ่มขึ้น และสนับสนุนยอดขายที่ได้จากเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ เติบโตขึ้นถึง 40%
 
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/2567 คาดว่าจะเป็นไตรมาสที่ดีของปี จากการเปิดตัวสินค้าใหม่และสร้างยอดขายเข้ามาต่อเนื่อง ได้แก่ Apple Watch Series10, iPad Mini รวมทั้ง Airpod และ Mac Book รุ่นใหม่ กระแสตอบรับค่อนข้างดี พร้อมกับการให้ความสำคัญในการให้บริการ สร้าง Customer Experience รวมทั้งสร้างแบรนด์ Studio7 และ Banana ให้แข็งแกร่ง รุกตลาดในรูปแบบ Omni Chanel ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และการเข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการ 10,000 บาท ที่เริ่มส่งผลบวกต่อการเติบโตในกลุ่มของสมาร์ทโฟนระดับราคาเริ่มต้นตั้งแต่เดือนต.ค. ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับลูกค้าในกลุ่มนี้เช่นกัน ทั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มส่งสัญญาณขาลงก็ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคด้วย     
 
นอกจากนี้ เพื่อต่อยอดจากการเป็นผู้นำในตลาด Smart Phone และ iPhone รายใหญ่ของประเทศไทย เรามุ่งเน้นพัฒนาและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเรา จึงพัฒนา Case Club ร้านที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้เคสโทรศัพท์ เปิดแล้ว 5 สาขา และช่องทางออนไลน์ https://caseclub.in.th โดยเอ็กซ์คลูซีฟกับแบรนด์และดีไซเนอร์ในประเทศไทย ทั้งลูกค้ายังสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมตามสไตล์ของตัวเอง (Personalization) ได้อีกด้วย ถือเป็นการเปิดธุรกิจใหม่ในกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรที่ค่อนข้างดี โดยบริษัทจึงยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2567 จะเติบโต 10%