Phones





TMAN สร้างปรากฏการณ์ปี 67 รายได้ทะยาน 2,212.6 ล้านบ.

2025-02-26 14:35:51 108



นิวส์ คอนเน็คท์ - TMAN สร้างปรากฏการณ์ปี 67 รายได้รวมทะยาน 2,212.6 ล้านบาท กำไรสุทธิที่มาจากธุรกิจหลักพุ่ง 15.8% ชูการออกสินค้าใหม่คีย์ไดร์ฟเวอร์ หนุนการเติบโตทุกช่องทางการจำหน่าย เปิดแผนปี 68 เติบโต 360 องศา ปักธงรุกในประเทศ ขยายอาณาจักรสู่ตลาดโลก วางเป้ารายได้แตะ 2,500 ล้านบาท เติบโต 10-12%

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิต และจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2567 (มกราคม- ธันวาคม 2567) บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 2,212.6 ล้านบาท เติบโต 12.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และทำกำไรสุทธิที่มาจากธุรกิจหลักที่ไม่รวมการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 447.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ตอกย้ำถึงการวางกลยุทธ์การตลาดอย่างแข็งแกร่ง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 1) กลุ่มยาแผนปัจจุบัน เปิดตัวยาลดไขมันในเลือด ATTOR เมื่อปลายปี 2566 และสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่องในปี 2567 และการเปิดตัวยารักษาเบาหวาน Maniptin ในไตรมาส 4 ปี 2567 2) กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร บริษัทฯ เปิดตัวยาแก้ไอไอยรา อะฮ่า สูตรใหม่! ผสานพลังธรรมชาติเข้มข้นในไตรมาส 3 ปี 2567 และ 3) กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ได้เพิ่มสินค้าภายใต้แบรนด์โพรโพลิซ (Propoliz Series) ผลิตภัณฑ์สเปรย์มาสู่ผลิตภัณฑ์เม็ดอม เพื่อขยายให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น 

ทั้งยังรุกขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม (Aesthetic) โดยการเปิดตัวแบรนด์ “Rejunae” นวัตกรรมฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี พร้อมกับจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันที่เกี่ยวกับการทำหัตถการเจาะช่องทางคลินิกเสริมความงาม รวมทั้งการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของส่วนงานสินค้าผลิตภายใต้แบรนด์ผู้ว่าจ้างอื่น (OEM) และส่วนงานจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์บุคคลภายนอก (DBU) ส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโตทุกช่องทางทั้งร้านขายยา โรงพยาบาล และธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง เป็นต้น

นายประพลกล่าวว่า แผนขับเคลื่อนธุรกิจปี 2568 รุกสร้างการเติบโต 360 องศา ปักธงขยายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ “โพรโพลิซ พลัส” (Propoliz Plus) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบันเข้าสู่โรงพยาบาลเอกชน และขยายตลาดผลิตภัณฑ์จากสารสกัดธรรมชาติและเวชภัณฑ์ยาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยาแผนปัจจุบัน เช่น การขยายไลน์โพรโพลิซ (Propoliz Series) ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ลำคอ และทางเดินหายใจ และ Myda Series ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รักษาโรคผิวหนังจากเชื้อรา ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เตรียมเปิดตัววิตามินซีและผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันภายใต้แบรนด์ไวต้า-ซี (Vita-C Series) ขณะที่ด้านการเสริมความงาม (Aesthetic Products) บริษัทฯ จะเสริมไลน์แบรนด์เรจูเน่ (Rejunae) นวัตกรรมฟิลเลอร์ เจาะคลินิกเสริมความงามระดับพรีเมียมและโรงพยาบาลเฉพาะทาง

ทั้งนี้ การลงทุนปี 2568 บริษัทฯ จะขยายกำลังการผลิตของโรงงานเพื่อรองรับความต้องการตลาดเวชภัณฑ์ ซึ่งคาดการณ์อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์เติบโตเฉลี่ย 5.5-7.0% ต่อปี (ข้อมูลจาก Krungsri Research) ตลอดจนมุ่งวิจัยและพัฒนายาสูตรใหม่ที่สามารถจดทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบัน ส่วนแผนรุกขยายตลาดต่างประเทศ จะลงทุนพัฒนาช่องทางจำหน่ายดิจิทัล เพื่อรุกตลาดออนไลน์โดยเฉพาะในจีนและอาเซียน พร้อมทั้งเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในฮ่องกง มาเลเซีย และจีน ภายในปี 2568 และวางแผนขยายตลาดใน 5 ประเทศหลักภายในปี 2569 ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยจะดำเนินการเจรจากับดิสทริบิวเตอร์กว่า 10 ราย เพื่อนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ระบบจัดจำหน่ายระดับภูมิภาค และปรับสูตรผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศตามกลยุทธ์ Localization

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยช่วงต้นปี 2568 มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ สะสมกว่า 107,570 ราย (ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข) โดยกรมควบคุมโรคพยากรณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปี 2568 คาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยจะพบสูงในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนสิงหาคม – ตุลาคม 2568 และช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือน มกราคม – มีนาคม 2569 คาดว่าจะมีผู้ป่วยสูงถึง 903,446 ราย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยาลดไข้ ยาแก้ไอ และสเปรย์พ่นคอมีแนวโน้มเติบโต โดยบริษัทฯ คาดว่าความต้องการใช้โพรโพลิซ พลัส (Propoliz Plus) และผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันจะมีอัตราการเติบโต 15-20% รวมถึงสัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้จะเติบโตจาก 10% เป็น 15% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้ของบริษัทฯ ในปี 2568 คาดการณ์เติบโต 10-12% หรือมีรายได้ 2,500 ล้านบาท โดยธุรกิจความงามมีสัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 5% เป็น 12% ส่วนสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศแตะ 10% ของรายได้รวมภายใน 5 ปี