Phones





SCGP อัดงบลงทุน 1.3หมื่นล. เดินเกมทำดีล M&P

2025-03-04 19:17:31 138



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - SCGP ตั้งงบลงทุนปี 68 จำนวน 13,000 หมื่นล้านบาท รองรับการลงทุนควบรวมกิจการและร่วมมือกับพันธมิตร(M&P) รวมถึงการขยายกำลังผลิต ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว  8,000-10,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมี M&P 1-2 ดีลในปีนี้ ลุยบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภค-โฟกัสตลาดภายในประเทศกลุ่มอาเซียน
 
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนในปี 2568 ไว้ที่ราว 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนการควบรวมกิจการและร่วมมือกับพันธมิตร (Merger & Partnership : M&P) รวมถึงการขยายกำลังผลิต 8,000-10,000 ล้านบาท โดยจะพิจารณาและมุ่งเน้นการลงทุนไปที่การขยายธุรกิจที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคและการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน ควบคู่ไปกับเพิ่มการผสานความร่วมมือระหว่างธุรกิจ (Chain Integration) และการเข้าถึงตลาดที่มีการเติบโตใหม่ ๆ โดยคาดว่าจะมี M&P 1-2 ดีลในปีนี้ และได้ตั้งงบประมาณสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และ ESG อีก 3,000-5,000 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ SCGP มุ่งดำเนินกลยุทธ์การเพิ่มความสามารถทำกำไร ด้วยการสร้างการเติบโตบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และเน้นการขายภายในประเทศต่าง ๆ ของภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ความต้องการบรรจุภัณฑ์มีการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง (ASEAN Domestic Growth) ตามการเติบโตของเศรษฐกิจและการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศ โดยปีที่ผ่านมา GDP ของอาเซียนเติบโตมากกว่า 5% และปริมาณการขายสินค้าของ SCGP โดยเฉพาะกระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กระดาษและพอลิเมอร์ภายในประเทศในอาเซียนเพิ่มขึ้นกว่า 10%
 
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งลงทุนธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงอย่างบรรจุภัณฑ์อาหารและธุรกิจวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยหลังจาก SCGP เข้าลงทุนในบริษัทวีอีเอ็ม ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสมรรถนะสูงจากการฉีดขึ้นรูปพอลิเมอร์ บริษัทได้นำเอาความเชี่ยวชาญด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์มาพัฒนาและต่อยอดในกระบวนการผลิต ทำให้สามารถผลิตวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์คุณภาพสูงได้หลากหลายกลุ่มสินค้า และสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น เช่น ถ้วยเก็บตัวอย่างของเหลว ปิเปตต์ทิป
 
ขณะที่บริษัทได้เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน โดยนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Analytic มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพลังงานในกระบวนการผลิต และวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความแตกต่าง สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า และเพิ่มศักยภาพทำกำไร โดยวางเป้าหมายรายได้จากกลุ่มสินค้านวัตกรรมและโซลูชันที่ 37% ของรายได้รวม อีกทั้งยังคงขับเคลื่อน ESG ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเป็น 39% ของการใช้เชื้อเพลิงทั้งหมดในปีนี้