Phones





BAM คอนเฟิร์มธุรกิจแกร่ง TRIS คงอันดับเครดิต ‘A-’

2025-03-26 17:04:49 198



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - BAM เชื่อมั่นภาพรวมบริษัทแข็งแกร่ง โดย TRIS ยังคงอันดับเครดิตของ BAM ในระดับเดิมที่ “A-” แม้ปรับเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “ลบ” จาก “คงที่” คาดปี 68 จะกลับมามีผลประกอบการดีที่สุดในรอบ 3 ปี รวมถึงได้รับผลตอบแทนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมทุน JV AMC หนุนกระแสเงินสดต่อเนื่อง
 
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 นายบรรยง วิเศษมงคลชัย รองประธานกรรมการและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2567 อยู่ในระดับที่น่าพอใจโดยสามารถสร้างผลเรียกเก็บได้เป็นจำนวน 15,161 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2566 ที่ทำได้จำนวน 15,150 ล้านบาท ในขณะที่ผลกำไรยังมีการเติบโตต่อเนื่องทำผลงานอยู่ที่จำนวน 1,602 ล้านบาท ขยายตัว 4% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีผลกำไรอยู่ที่จำนวน 1,534 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจาก กลยุทธ์เชิงรุกในการบริหารจัดการทั้งทางด้าน NPLs และ NPAs
 
โดยด้าน NPLs เน้นกลยุทธ์การสร้างโอกาสและเร่งการประนอมหนี้ ได้แก่ โครงการช่วยเหลือลูกหนี้หลายโครงการ เช่น โครงการสุขใจได้บ้านคืน โครงการ BAM ช่วยฟื้นคืนธุรกิจ และโครงการ BAM ช่วยลดเพื่อปลดหนี้ รวมทั้งการเร่งการติดต่อและติดตามลูกหนี้ รวมทั้งเร่งกระบวนการขายทอดตลาด เช่น แถลงเร่งประกาศขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกัน, แถลงเร่งจัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงิน และร่วมมือกับกรมบังคับคดีจัดมหกรรมขายทอดตลาด เป็นต้น
 
ขณะที่กลยุทธ์ NPAs เน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยการออกบูธและจัดแคมเปญต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการขาย การจัดการทรัพย์ให้พร้อมอยู่ พร้อมใช้ (Renovate) การจำหน่ายทรัพย์ให้นักลงทุนรายย่อย ตลอดจนการกำหนดทรัพย์ราคาพิเศษ และการเพิ่มฐานลูกค้าผ่อนชำระอย่างต่อเนื่อง
 
ทั้งนี้ BAM มีความมั่นใจในปี 2568 จะยังสร้างผลการดำเนินงานที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากแรงขับเคลื่อนของภาครัฐ ส่งผลดีต่อภาวะหนี้ครัวเรือนและธุรกิจ AMC โดย BAM จะเร่งสร้างรายได้ ผ่านกลยุทธ์ 3S (Speed Up, Sustainable Income, Streamline Process) โดยตั้งเป้าหมายผลเรียกเก็บปี 2568 รวม 17,800 ล้านบาท จากการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ NPLs 10,800 ล้านบาท และจากการขายทรัพย์สินรอการขาย NPAs 7,000 ล้านบาท แนวโน้มครึ่งปีแรกจะมีผลเรียกเก็บดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างชัดเจนจากยอดการอนุมัติที่เริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี จึงมั่นใจว่า BAM จะทำผลประกอบการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 
 
สำหรับการขยายฐานสินทรัพย์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา BAM ได้พิจารณาการลงทุนซื้อหนี้โดยคำนึงถึงโครงสร้างเงินทุน ความเสี่ยงในการลงทุน และโอกาสทางธุรกิจ โดย ณ สิ้นปี 2567 BAM มีพอร์ตบริหารหนี้ NPLs (รวม JV ทั้ง 2 แห่ง) มูลค่ารวม 523,513 ล้านบาท และมีพอร์ตทรัพย์สินรอการขาย NPAs มูลค่าตามราคาประเมินรวม 74,517 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจของ BAM ซึ่งพร้อมดำรงบทบาทในการเป็นองค์กรที่พลิกฟื้นสินทรัพย์ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้มีการเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป