Phones





KBANK สานต่อยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ลุยธุรกิจปีม้า

2026-02-06 13:17:42 104



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – KBANK ประกาศเป้าหมายธุรกิจปี 69 เดินหน้ายกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ตั้งเป้ายอดสินเชื่อโต 0 - 2% พร้อมส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ตอบความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ในเวลาที่ตรงใจ
 
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2569 ธนาคารยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อเติบโต 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมต่อยอดขีดความสามารถและความแข็งแกร่งด้านสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
 
นอกจากนี้ ธนาคารตั้งเป้าผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.75-2.95% สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ขณะที่การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเติบโตไม่น้อยกว่า 5% โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการขยายบริการโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง และความเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน
 
สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิอยู่ที่ Mid-40s โดยธนาคารยังคงเน้นย้ำการดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับแรงกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่มีความท้าทาย ในส่วนของเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Gross) อยู่ที่น้อยกว่า 3.25% ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน fhkoอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost) อยู่ที่ในช่วง 1.40 - 1.60% โดยธนาคารยังคงบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบและระมัดระวังสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้ง ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 นี้ ธนาคารกสิกรไทยจะยกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าใน แต่ละช่วงชีวิตและทุกบริบททางธุรกิจ ทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าธุรกิจ ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างรอบด้านและตรงใจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ดังนี้ 1. กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าบุคคล (Retail) ธนาคารมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าบุคคลที่มีศักยภาพและต้องการสร้างการเติบโต รวมทั้งลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ครอบคลุม อาทิ คนทำงานรุ่นใหม่และมืออาชีพที่มีการจับจ่ายใช้สอยและแสวงหาบริการทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตและเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงวัย
 
2. กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (SME) ซึ่งธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่มีพลังในการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยธนาคารมุ่งเน้นลูกค้าผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการเติบโตและมีคุณภาพเพื่อปลดล็อคศัยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน นำเสนอโซลูชันทั้งด้านสินเชื่อและไม่ใช่สินเชื่อที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าแบบองค์รวม เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของลูกค้า ให้บริการที่ปรึกษาธุรกิจโดยผู้ดูแลความสัมพันธ์ที่มีความเชี่ยวชาญ พัฒนาโซลูชันทางการเงินที่สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตธุรกิจ SME เพื่อสนับสนุนการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME
 
3. กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Corporate) เป็นกลุ่มที่มีบทบาทในการเชื่อมต่อธุรกิจหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการขยายสู่ตลาดภายนอกประเทศ ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญกับธุรกิจในประเทศที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ (Selective industries with high‑value potential) สนับสนุนการเติบโตธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศ ตอบโจทย์ธุรกิจทั้งในประเทศและการค้าข้ามพรมแดน
 
ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจด้วยยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” พร้อมกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ดังกล่าว จะช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยและลูกค้าของธนาคารสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างสมดุล ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงเผชิญความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่กดดันการค้าโลกให้ชะลอตัว ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตชะลอตัวลงจากปีก่อน ด้วยอัตราการขยายตัวที่ 1.6%