Phones





TBC ลุยเฟส 3 รับ AI & Data Center ปักธงรายได้โต 700%

2026-11-02 10:48:22 138



นิวส์ คอนเน็คท์ - ไทร เบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส หรือ TBC ปั้นฐานผลิต 19 โรงงาน มูลค่าลงทุนสะสมกว่า 1.3 แสนล้านบาท เดินหน้าขยายพื้นที่เฟส 3 ดันพื้นที่รวมแตะ 7,635 ไร่ รองรับอุตสาหกรรม AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ซัพพลายเชนระดับโลก ชูโมเดลพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสีเขียว Eco Friendly Industrial Estate ตุนยอดขายรอโอน 3,613 ล้านบาท โชว์ครึ่งแรกปี 69 รายได้พุ่งแตะ 1,609 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ดร.หลักชัย กิตติพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง (LK-RICH) เปิดเผยว่า นิคมอุตสาหกรรม LK-RICH ตั้งอยู่ใน ต.สำนักทอง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สามารถเชื่อมโยงกับศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการขนส่งที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีโรงงาน 19 แห่ง บนพื้นที่ 1,719 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.3 แสนล้านบาท

จุดเด่นของนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง คือพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว ทั้งการจัดตั้งโรงงาน การเพิ่มกำลังการผลิต และการพัฒนาโครงการอุตสาหกรรม โดยสามารถวางแผนจัดสรรและพัฒนาพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อีกทั้ง นิคมฯ ยังตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงการขนส่งไปยังสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด ช่วยอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการ อีกทั้งยังอยู่ในเขต EEC ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ จากภาครัฐ
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ใน LK-RICH เป็นกลุ่มการผลิตแปรรูปยางล้อรถยนต์ ที่นอนยางพารา คาร์บอนแบล็ค กลุ่มแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งเป็นพื้นฐานอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องของรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) รวมถึงมุ่งเน้นพัฒนาต่อยอดกลุ่มอุตสาหกรรม Supply chain ของกลุ่ม EV Car และต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ S-Curve และกลุ่ม Data Center

โมเดลธุรกิจ ตั้งแต่ขายที่ดินถึงบริการสาธารณูปโภค ธุรกิจของ TBC แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อจำหน่ายที่ดินให้ผู้ประกอบการที่ต้องการตั้งโรงงาน 2.ธุรกิจสาธารณูปโภคซึ่งครอบคลุมการให้บริการน้ำดิบ น้ำประปา การบำบัดน้ำเสีย การบริหารพื้นที่ส่วนกลางและระบบไฟฟ้า 

นายกรกฎ กิตติพล กรรมการบริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด กล่าวว่า ก้าวต่อไปของหลักชัยเมืองยางคือ การขยายพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนในระยะยาว โดย LK-RICH ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 มีพื้นที่รวม 4,335 ไร่ ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ขายเหลือพื้นที่ขายในระยะ 1 และระยะ 2 อีกประมาณ 780 ไร่ ขณะที่บริษัทเตรียมพัฒนาโครงการระยะที่ 3 ซึ่งมีพื้นที่เบื้องต้น 1,700 ไร่ และคาดว่าจะมีพื้นที่ขายประมาณ 1,275 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมที่ดินและดำเนินการจัดตั้งโครงการ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 และคาดว่าจะเริ่มโอนที่ดินให้ลูกค้าได้ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ บริษัทมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาที่ดินที่มีศักยภาพ รวบรวมที่ดิน และดำเนินการขอจัดตั้งที่ดินนิคม ได้แก่ นิคม LK-RICH 2 มีพื้นที่ประมาณ 1,600 ไร่ คาดว่าจะมีพื้นที่ขายประมาณ 1,200 ไร่ รวมพื้นที่ทั้ง นิคม LK-RICH ระยะที่ 3 และ นิคม LK-RICH 2 ประมาณ 3,300 ไร่ คิดเป็นพื้นที่รวมทั้งหมด 7,635 ไร่ ประกอบด้วย ลูกค้าจีนมีสัดส่วน 73.68% รองลงมาเป็นลูกค้าในประเทศ 15.79% ส่วนลูกค้าจากอินเดียและญี่ปุ่นมีสัดส่วนประเทศละ 5.26% โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางมีสัดส่วนมากที่สุด 26.32% รองลงมา ได้แก่ การผลิตล้อยานยนต์พิเศษ เคมีภัณฑ์และวัสดุอุตสาหกรรม และโลหะและเครื่องจักรอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากันที่ 15.79% ส่วนอีก 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน อุปกรณ์ไฟฟ้าและพลังงาน สินค้าอุปโภคและเครื่องสำอาง และเส้นใยประดิษฐ์ มีสัดส่วนเท่ากันที่ 5.26% ต่อกลุ่ม

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทมีรายได้รวม 1,609.78 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,542.30 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 109.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,433.20 ล้านบาท หรือ 1,313.53% โดยมีสาเหตุจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 23.98 ไร่ เป็น 326.27 ไร่หรือเพิ่มขึ้นราว 302 ไร่ คิดเป็น 1,260.61% ในจำนวนนี้มีการโอนที่ดินแปลงใหญ่ให้แก่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สำหรับเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ตั้งเป้าเติบโตที่ 700 %

ทั้งนี้ LK-RICH มีที่ดินที่ขายแล้วแต่ยังรอโอนกรรมสิทธิ์อีก 657 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 3,613.69 ล้านบาท สะท้อนจากสถานะการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งมีพื้นที่สำหรับขายรวม 3,156 ไร่ โดยจำหน่ายไปแล้ว 2,376 ไร่ ในจำนวนนี้โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อแล้ว 1,719 ไร่ และยังอยู่ระหว่างรอโอนอีก 657 ไร่ ตามข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569

สำหรับแผนลงทุนปี 2570 บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาอีก 7,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ด้วยเงินลงทุนเบื้องต้น 80 ล้านบาท และเพิ่มกำลังบำบัดน้ำเสียอีก 13,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ด้วยเงินลงทุนประมาณ 160 ล้านบาท พร้อมมีแผนพัฒนาโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำเพิ่มอีก 7–8 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัทย่อย