Phones





A5 โชว์ Backlog กว่า 1 พันล. หนุนรายได้ปี 69

2026-04-23 16:10:30 60



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - A5 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 69 มีมติอนุมัติจ่ายปันผล 0.05 บาท/หุ้น Record Date 12 มี.ค. 69 กำหนดจ่ายปันผล 14 พ.ค. 69 สะท้อนความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องจากพอร์ตโครงการระดับลักชัวรีที่ได้รับการตอบรับอย่างดี พร้อมโชว์ Backlog กว่า 1,034 ล้านบาท หนุนรายได้ปี 69
 
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตรา 0.05 บาทต่อหุ้น รวมเป็นปันผลจ่ายทั้งสิ้นไม่เกิน 58.90 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ที่ 30.29% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามกฎหมาย กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 12 มี.ค. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 14 พ.ค. 2569
 
สำหรับในปี 2569 บริษัทมีแผนเดินหน้ากลยุทธ์ “Scaling the Core, Shaping the Future” เร่งต่อยอดธุรกิจหลักควบคู่กับการสร้าง New S-Curve ผ่านการพัฒนา Upper Class Solution และ A5 Design เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำและขยายฐานกำไรในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทได้เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการพัฒนาโครงการด้วยแนวคิดคุณภาพการอยู่อาศัย ผ่านแนวคิด Wellness Living ทั้งด้านการออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน และความร่วมมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าโครงการ เสริมความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการรักษาระดับมาร์จิ้นในตลาดลักชัวรี 
 
ทั้งนี้ กลยุทธ์ทั้งหมดจะขับเคลื่อนภายใต้ วินัยทางการเงิน การบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานของผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว -Itmujปัจจุบัน A5 มียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่า 1,034 ล้านบาท จากโครงการ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7, VANA Ratchapruek-Westville และ CINQUIÈME Krungthep Kreetha ซึ่งคาดว่าจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2569 นี้
 
“แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงิน แต่บริษัทยังคงตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากธุรกิจที่กำลังพัฒนาโดยคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่มีอยู่ และการเปิดเฟสใหม่ในหลายโครงการ รวมถึงรายได้จากธุรกิจใหม่ที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น” นายศุภโชค กล่าว