Phones





BAY ลุ้นสินเชื่อรายใหญ่ฟื้นตัว อัพเป้าหนุนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน 3.5 แสนล.

2026-05-14 18:49:45 86



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – BAY ประกาศแผนธุรกิจของกลุ่มงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจปี 69 เดินเกมรุกยกระดับการเป็น Trusted Partner เร่งเครื่อง Sustainable Finance หนุนลูกค้า–ประเทศไทยโตยั่งยืน พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายการสนับสนุนโครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเป็น 3.5 แสนล้านบาท และตั้งเป้าสินเชื่อรายใหญ่ปี 69 โต 2 – 4%  
 
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ภาพรวมของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ในไตรมาส 2/2569 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว หลังจากสินเชื่อชะลอตัวไปราว 0.6% ในช่วงไตรมาส 1/2569 โดยปัจจุบันภาคธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมาเดินหน้าแผนการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ, อาหารและเครื่องดื่ม, พลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์
 
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากการที่ภาครัฐมีการส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ จะเห็นได้จากตัวเลขยอดขอการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment) หรือ BOI ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนในเอเชียตะวันออก เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง จีน มีการขอ BOI เข้ามาลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 2-4%
 

ขณะที่ธนาคารได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) มาอยู่ที่ 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 จากเดิม 250,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 1/69 กรุงศรีได้เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมหลักมากมาย เช่น การเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายในการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มูลค่า 3,500 ล้านบาท ให้กับ บมจ.ราช กรุ๊ป(RATCH) การเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน มูลค่า 8,000 ล้านบาท และ การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน มูลค่า 3,000 ล้านบาท ให้กับบทจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ(BEM)
 
ในส่วนของด้านวาณิชธนกิจมองว่า ยังมีความท้าทาย จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง ทำให้การระดมทุน และ การออกหุ้นกู้ อาจจะมีการชะลอตัวไปบ้าง แต่มองว่า ลูกค้ายังมีความสนใจที่ต้องการระดมทุน เช่น การออกหุ้นกู้มีกลุ่มลูกค้าที่สนใจออกหุ้นกู้ ESG เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 49% ของตลาดหุ้นกู้ ESG รวม 25,000 ล้านบาท แม้ว่าในภาพรวมตลาดหุ้นกู้ดังกล่าวจะติดลบ 6% ในช่วง 4 เดือนแรก
 
ขณะที่ดีลการให้คำปรึกษากับลูกค้าที่ต้องการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก(IPO) ยังมีลูกค้าสนใจ แต่ตลาดยังมีความผันผวน ทำให้ลูกค้าชะลอการออก IPO เพื่อรอดูสถานการณ์ แต่มองว่าในยช่วงปลายปีนี้ ดีล IPO ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ (REITs) ที่ธนาคารอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับลูกค้า โดยธนาคารเดินหน้าบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาด้านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ(Rating Advisory) ให้กับบริษัทชั้นนำในประเทศไทยจนประสบความสำเร็จ สะท้อนความเชี่ยวชาญในการสนับสนุนลูกค้าทั้งในด้านตลาดทุนและการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างครบวงจร
         

สำหรับทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจในปีนี้ คือ การมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ Value Creation ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมยกระดับบทบาทการเป็น Trusted Partner เพื่อร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จของลูกค้า ภาคอุตสาหกรรม และ เศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยกรุงศรีทำหน้าที่เป็น Enabler ที่จะช่วยสนับสนุนลูกค้าให้สามารถเปลี่ยนผ่านท่ามกลางความท้าทายด้าน ESG ไปสู่โอกาสใหม่ในระดับสากล ผ่านความเชี่ยวชาญของกรุงศรี เครือข่าย MUFG และ พลังความร่วมมือภายในกลุ่มกรุงศรี (ONE Krungsri) เพื่อพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม