Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
BKIH 6 เดือนกำไรสุทธิ 2,427 ลบ. - SMO Q2 รายได้โต 3.51 พันล.
MAI
MOTHER ครึ่งแรกปี 69 รายได้รวม 780.33 ล้านบ. กำไรพุ่ง 12.25%
IPO
FLE ปิดท้ายโรดโชว์ กทม. เดินหน้า IPO 100 ล้านหุ้น
บล./บลจ
ตลท. เตรียมจังาน Thailand Focus 2026
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
BAY ส่องกรอบเงินบาท 33.00-33.60 บ./ดอลลาร์ เกาะติดจ้างงานสหรัฐฯ
การค้า - พาณิชย์
ยูโอบี ชี้ SME ไทยปี 69 เข้าสู่ยุค “โตทน” ท่ามกลางศก.ผันผวน
พลังงาน - อุตสาหกรรม
SCB EIC มอง พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล. จุดเปลี่ยนสำคัญพลังงานไทย
คมนาคม - โลจิสติกส์
TPL ปรับโครงสร้างลงตัว ครึ่งปีแรก 69 รายได้รวม 700.1 ล้านบ.
แบงก์ - นอนแบงก์
TTB หนุนภาคธุรกิจไทยรับมือมาตรการสิ่งแวดล้อม
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
TIDLOR ขยายแหล่งเงินทุนสู่ตปท. ออกหุ้นกู้ 16,500 ล้านเยน
SMEs - Startup
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับบริการผ่านระบบ iClaim รพ.รัฐ
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
Atome จับมือ Agoda เปิดแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" มอบสิทธิ์พักโรงแรมหรู
อสังหาริมทรัพย์
BAM หารือ 4 พันธมิตรนานาชาติ เปิดโอกาสความร่วมมือใหม่
การตลาด
MONO ปักธงกลยุทธ์ “Streaming-First” ดัน MONOMAX สู่ Streaming Ecosystem
CSR
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
Information
OCEAN LIFE ไทยสมุทร เปิดตัวรายการออนไลน์ “Check Life with Love รัก...ในทุกจังหวะชีวิต”
Gossip
NER ส่งสัญญาณครึ่งปีหลังสดใส
Entertainment
กรุงเทพประกันชีวิต จัดกิจกรรม “My Superhero Mom”
สกุ๊ป พิเศษ
PTG ศักยภาพแข็งแกร่งระดับภูมิภาค
SCB CIOแนะจัดพอร์ตลงทุนฝ่ามรสุมเศรษฐกิจถดถอย
2023-07-05 18:25:33
345
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - SCB CIO เปิดกลยุทธ์ลงทุนฝ่าภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อในปีนี้ แนะจัดพอร์ตลงทุนรองรับแรงสะเทือนจากความผันผวนของตลาด แบ่งเงินลงทุนในตราสารหนี้ 35-40% ของพอร์ตรวมทั้งหมด หุ้นในกลุ่ม Defensive ประเภทสาธารณูปโภค และหุ้นจีน A-share อีกประมาณ 35-40%
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายศรชัย สุเนต์ตา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Office and Product และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย CIO Office ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาวะการลงทุนที่ธนาคารกลางหลัก ยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอีก0.25% ในการประชุมวันที่ 25 -26 ก.ค. นี้ เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯ ยังปรับลดลงช้า แต่คาดว่าเฟดใกล้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ขณะที่ภาคธุรกิจธนาคารสหรัฐฯ มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันเพิ่มเติม ที่อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลง และมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยแบบอ่อนๆได้ (mild recession)
โดยช่วงภาวะนี้หากนักลงทุนต้องการฝ่ามรสุมเศรษฐกิจถดถอย แนะนำในพอร์ตลงทุนควรมีตราสารหนี้ประมาณ 35-40% ส่วนอีก 35-40% ลงทุนในหุ้น โดยเน้นที่กลุ่ม Defensive หรือหุ้นที่ทนทานทุกสภาพตลาด และ 5-10% ลงทุนในทองคำ น้ำมัน หรือสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) รวมทั้งเน้นเก็บสภาพคล่องอีก 5-15% ไว้ในกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรอจังหวะเข้าลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การแบ่งเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ นักลงทุนแต่ละท่านมีเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่างกัน โดยจะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่ยอมรับได้ด้วย
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ควรมีสินทรัพย์ลงทุนดังกล่าวไว้ในพอร์ต เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในอีก 12 เดือนข้างหน้า มีโอกาส 30% ที่จะชะลอตัว และเงินเฟ้อลงเร็วกว่าคาด ทำให้อาจไม่ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก แต่มีความเป็นไปได้ถึง 60% ที่จะถดถอยแบบอ่อนๆ และเงินเฟ้อพื้นฐานยังชะลอตัวลงช้า ดังนั้น อาจได้เห็นเฟด ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง เป็น5.50-5.75% แล้วคงอัตราดอกเบี้ยไว้ โดยส่งสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยน่าจะเกิดในปี 2567 โดยลดลง 1% เป็น 4.6% และในปี 2568 ลดลงอีก 1.2% อยู่ที่ 3.4% ซึ่งภาวะเช่นนี้การลงทุนในตราสารหนี้ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจ ภายใต้ความเสี่ยงที่ต่ำกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น
อย่างไรก็ตาม ตลาดรับรู้คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนก.ค. ไปค่อนข้างมากแล้ว เมื่อพิจารณาจากคาดการณ์ของนักลงทุนใน Fed Fund Futures ค่อนข้างสอดคล้องกับเฟดที่มองว่าเงินเฟ้อยังลงช้ากว่าเป้าหมาย และมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ในอัตรา 0.25% แต่คาดว่าจะกระทบตลาดและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ไม่มากนัก ด้วยเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้า และตลาดแรงงานยังตึงตัว
ขณะที่ SCB CIO มองว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะยังอยู่ในระดับสูงกว่า5%ไปตลอดทั้งปี 2566 ถือเป็นระดับที่น่าสนใจ นับว่าหายากมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะสั้น ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำโดยเราพบว่ามีเงินไหลเข้า กองทุนรวมตลาดเงิน(Money Market)สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.)ระดับโลกค่อนข้างมาก
ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวมองว่า Bond Yield น่าจะผ่านระดับสูงสุดมาแล้วช่วงต้นปี หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก1หรือ2 ครั้ง จะส่งผลให้ Bond Yield น่าจะอยู่ในขาลงมากกว่าขาขึ้น ทั้งนี้ แม้ตลาดจะมองว่า เงินเฟ้ออาจยังไม่เข้าสู่กรอบที่เฟดต้องการในปี 2567 แต่ด้วยดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูง และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง หรือ Real Yield มีแนวโน้มเป็นบวก การลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว จึงยังน่าสนใจ สำหรับพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และหุ้นกู้คุณภาพสูง ที่มีเรตติ้ง AA- ขึ้นไป ของบริษัทที่แข็งแกร่ง ซึ่งมักจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าบริษัททั่วไป โดยตราสารหนี้เหล่านี้ ยังให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี อาจได้ทั้งอัตราดอกเบี้ยรับของตราสารหนี้ที่ค่อนข้างสูง และส่วนต่างกำไรจากราคาตราสารหนี้ที่จะปรับเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ดอกเบี้ยลดลง
สำหรับการลงทุนในหุ้นแนะนำให้ขายทำกำไรหุ้นที่ได้รับผลตอบแทนสูงในช่วงที่ผ่านมา เช่น กลุ่มMega Technologyในสหรัฐฯ ที่นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาปรับขึ้นไป30-40% และมีหุ้นหลายตัวที่ราคาเริ่มกลับไปทำระดับสูงสุดใหม่ (new high) ที่ควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น แล้วสับเปลี่ยนเงินไปลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive ของสหรัฐฯน่าสนใจเพราะยังทำผลงานได้น้อยกว่าตลาด แต่เป็นหุ้นที่มีแนวโน้มปรับตัวได้ดีในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีหรือถดถอย หุ้น Defensiveที่แนะนำคือกลุ่มสาธารณูปโภค (Utility) เช่น พลังงานทางเลือก ที่ยังปรับขึ้นช้ากว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีค่อนข้างมาก และกลุ่ม Consumer Staples หรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ที่ผลการดำเนินงานมักจะมีเสถียรภาพกว่าหุ้น S&P500 โดยรวมในช่วงตลาดขาลง
นอกจากนี้ การย้ายเงินลงทุนจากตลาดพัฒนาแล้ว ไปยังตลาดเกิดใหม่เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เช่น หุ้นจีน A-Share ถึงแม้จะยังทำผลงานได้ดีน้อยกว่าตลาดอื่น แต่มองว่ามีความน่าสนใจลงทุนระยะยาว จึงยังให้น้ำหนักการลงทุนสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้ว ส่วนทองคำ น้ำมัน หรือสินค้าโภคภัณฑ์ หากมีไว้ในพอร์ต 5-10% จะช่วยป้องกันความเสี่ยงเศรษฐกิจขาลงได้ กลุ่มนี้มักจะทำให้พอร์ตลงทุนโดยรวมให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบด้วยค่าความเสี่ยงที่เท่ากัน
“นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนปลายทางที่เป็นบวกตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ทั้งสิ้น แต่เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น ระหว่างทางที่ลงทุนอาจจะมีสถานการณ์เข้ามากระทบ ทำให้ผลตอบแทนของสินทรัพย์บางประเภทปรับลดลง หรือผันผวนบ้าง แต่หากนักลงทุนมีระยะเวลาให้เงินลงทุนได้ทำงานนานมากเพียงพอ และมีการจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อกระจายความเสี่ยงให้สอดคล้องกับความสามารถยอมรับความเสี่ยงของตัวเอง ที่สุดแล้วหนทางแห่งความสำเร็จของการลงทุนจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายศรชัย กล่าว
BKIH 6 เดือนกำไรสุทธิ 2,427 ลบ. - SMO Q2 รายได้โต 3.51 พันล.
SMO โชว์งบไตรมาส 2/69 รายได้ 3,518 ล.
ATLAS เดินหน้าขยายธุรกิจ LPG เร่งเติบโตทุกมิติ
CHAYO ดึงเทคฯ - AI เสริมทัพ - PRAPAT มั่นใจครึ่งปีหลังโตเด่น
CHAYO ดึงเทคฯ-AI เสริมทัพ อัพโตแกร่ง
WP ส่งซิกผลงานครึ่งหลังปี 69 โตต่อเนื่อง