Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
COCOCO เสิร์ฟหุ้นกู้ 2 ชุด วงเงินไม่เกิน 500 ล.
MAI
FLOYD ลุยเข้าร่วมโครงการ Jump+
IPO
SUEN ยื่นไฟลิ่ง IPO จำนวน 196.24 ล้านหุ้น
บล./บลจ
MTS GOLD จับมือ kubix ยื่นไฟลิ่ง ‘MTS Gold Investment Token’
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี มองกรอบเงินบาท 31.80-32.40 จับตาดีลเจรจาสหรัฐ - อิหร่าน
การค้า - พาณิชย์
คต. ลุยมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาใน สปป.ลาว
พลังงาน - อุตสาหกรรม
ปตท. ยืนยัน “ป้องกันไม่ขาดน้ำมัน” รักษาความมั่นคงพลังงาน
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE กางแผน JUMP+ ชู AI-ดิจิทัล เสริมบริการโลจิสติกส์ครบวงจร
แบงก์ - นอนแบงก์
ออมสิน ปล่อยกู้ 1.5 พันล. หนุน “อัลเตอร์วิม” ลุยโครงการโซลาร์ฟาร์ม
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
TIDLOR ตั้ง “อาฑิตยา พูนวัตถุ” นั่งแท่นเอ็มดีคนใหม่
SMEs - Startup
TRIS จัดเวทีใหญ่ “TRIS FORUM 2026: THE DAY AFTER QUANTUM”
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ gettgo มอบความอุ่นใจตลอดช่วงสงกรานต์
รถยนต์
GPI โชว์ความสำเร็จงาน Motor Show กวาดยอดจองรวมทะลุ 1.35 แสนคัน
ท่องเที่ยว
SCB EIC ส่องวิกฤต ตอ.กลาง ฉุดท่องเที่ยวไทย
อสังหาริมทรัพย์
BAM ประกาศความสำเร็จ คว้า 19 รางวัล ภายใน 1 ปี
การตลาด
CardX สร้างปรากฏการณ์ ‘ช้อปแบรนด์ลักชัวรี่เหนือระดับ’
CSR
TRIS จัดเวทีใหญ่ “TRIS FORUM 2026: THE DAY AFTER QUANTUM”
Information
เอกนิติ" หารือผู้แทน EU ยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
Gossip
IND จ่ายปันผล 0.073 บ./หุ้น ขึ้น XD 5 พ.ค. 69
Entertainment
สงกรานต์นี้ ชวนเที่ยว “พิพิธภัณฑ์ครุฑ” ร่วมสรงน้ำพระ สักการะองค์ครุฑ
สกุ๊ป พิเศษ
PTG เดินหน้าธุรกิจปีม้าไฟ รุกพัฒนา Max World Ecosystem
XSpring AM ส่องหุ้นไทยปี 67 โตได้แบบไซด์เวย์อัพ
2023-12-26 20:12:42
307
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - XSpring AM มองตลาดหุ้นไทยปี 67 มีโอกาสไปต่อแบบไซด์เวย์อัพ หลังปัจจัยลบรุมกดดันในปี 66 เริ่มคลี่คลาย เชื่อนโยบายภาครัฐในปีหน้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น ส่วนประเด็น Naked Short และ Robot Trade เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีหลัง ก.ล.ต. เตรียมหามาตรการคุมเข้ม
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ XSpring AM เปิดเผยว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมาภาพรวมตลาดหุ้นไทยถือว่าปรับตัวลดลงมากที่สุดในภูมิภาค เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวลงตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ปรับลดประมาณการ GDP ปี 2566 ลงเหลือ 2.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 2.5 – 3% ประกอบกับการมีกระแสเรื่องโปรแกรมเทรด (Robot Trade) และการขายชอร์ตที่ไม่มีการยืมหลักทรัพย์ (Naked Short) รวมถึงยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่หุ้นกู้ของบริษัทเอกชนหลายตัวมีความเสี่ยงต่อการไม่สามารถต่อสัญญา หรือ roll-over เงินลงทุน ปัจจัยเหล่านี้จึงเข้ามากดบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนไทยอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม จากการปรับตัวลดลงที่ค่อนข้างมากนี้ ทำให้มองว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับลดลงได้อย่างจำกัด จึงมองว่าบรรยากาศการลงทุนในปี 2567 จะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้น โดย XSpring AM ประเมินว่าภาพรวมของตลาดหุ้นไทยจะเป็นลักษณะแกว่งตัวขึ้น (Sideway up) คาดว่าดัชนีมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400 – 1,520 จุด โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะยังเติบโตได้ คือ กลุ่มธุรกิจภาคบริการ ภาคการท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจ Healthcare & Wellness รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มียอดการส่งออกที่ดีมีโอกาสเติบโตโดดเด่น
ทั้งนี้ มองว่าตลาดหุ้นไทยในปี 2567 จะเริ่มผ่อนคลายจากแรงกดดันต่าง ๆ ข้างต้น โดยในส่วนของการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นมองว่า จะได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น นโยบายดิจิตอล วอลเล็ตที่จะมีการอัดฉีดกระแสเงินสดเข้าระบบเศรษฐกิจรวมมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งมาตรการดังกล่าว น่าจะเป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่ผลักดัน GDP เติบโตได้ในปีหน้า และหากภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้นบรรยากาศของตลาดตราสารหนี้ที่เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นไทยก็จะคลี่คลายเช่นกัน
ในส่วนประเด็น Naked Short ที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนผ่านแถลงการณ์พร้อมทั้งเตรียมหารือถึงมาตรการคุมเข้มต่อไป ซึ่งก็คาดว่าช่วยให้บรรยากาศการลงทุนคลี่คลายขึ้น ส่วนกรณี Robot Trade ที่ส่งผลให้นักลงทุนระยะสั้นเกิดความกังวลเนื่องจากมูลค่าการซื้อขายของโปรแกรมเทรดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มองว่าประเด็นนี้จะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น เนื่องจากในปี 2566 ภาวะตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยซื้อขายน้อยลงจึงส่งผลให้สัดส่วนของ Robot Trade หรือโปรแกรมเทรดจริงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“ปี 2567 ตลาดหุ้นไทยยังลงทุนได้ เนื่องจากดอกเบี้ยในประเทศไทยยังไม่สูงมาก ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทน (Earning Gap Yield) เมื่อเปรียบเทียบจากการลงทุนในหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลนั้นยังคงสูงอยู่เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ด้าน Downside Risk หรือความเสี่ยงขาลง เริ่มมีจำกัด โดยเฉพาะเมื่อช่วงดัชนี SET Index ขึ้นอยู่ที่ระดับ 1,400 จุด ขณะที่ดัชนี SETHD (Set High Dividend 30 Index) ก็มีอัตราเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ค่อนข้างสูงประมาณ 6-7% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยเงินฝากในบ้านเราค่อนข้างมาก” นายยศกร กล่าว
ทั้งนี้ จากปัจจัยทั้งหมดมองว่าในปีหน้า กองทุนหุ้นวัฏจักรทั่วโลก (Global Cyclical Equity Fund) จะตอบโจทย์นักลงทุนได้ค่อนข้างดี เนื่องจากเป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นที่ผลตอบแทนขึ้นกับสภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งเศรษฐกิจโลกอยู่ในทิศทางการชะลอตัวลงแต่ยังแข็งแกร่ง พร้อมกับการที่ธนาคารกลางประเทศใหญ่ทั้งสหรัฐและยุโรปปรับท่าทีดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งกลุ่มหุ้นวัฏจักรมีระดับราคาต่อมูลค่าที่น่าสนใจ ซึ่งคาดว่าจะทำผลตอบแทนช่วงไตรมาส 1/2567 ได้ดี
ส่วนกองทุนตราสารหนี้นอกตลาดมีดอกเบี้ยรับที่ค่อนข้างสูง (Gross Yield 10%) โดยที่หลายกองทุนมีการเลือกกระจายความเสี่ยงในผู้ออกตราสาร พร้อมมีหลักทรัพย์ค้ำประกันในกองทุนหลัก มองว่าจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับความผันผวนด้านราคา และหากเศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงก็จะมีโอกาสที่กองทุนตราสารหนี้นอกตลาดจะติดลบได้น้อยกว่ากองทุนตราสารหนี้อื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับกลุ่ม High Yield Bond
COCOCO เสิร์ฟหุ้นกู้ 2 ชุด วงเงินไม่เกิน 500 ล.
UNIX เคาะจ่ายเงินปันผล 0.114 บ./หุ้น
NER ปี 69 รุกสินค้าไฮมาร์จิ้น - DOD มุ่งเป้ารายได้นิวไฮ
NER ผถห.ไฟเขียวปันผล 0.31 บ./หุ้น แย้มแผนปี 69 รุกตลาดสินค้าไฮมาร์จิ้น
SFLEX ปักหมุดปีม้า ยอดขาย 2.2 พันล. - ตลท. กางข้อมูล 143 บจ. เข้าร่วม JUMP+
BWG ส่งซิกกำไรติดปีก หลังปลดล็อกโครงสร้างการเงิน