Phones





NUT อวดกำไรโต 93.76% เคาะจ่ายปันผล 0.35 บาท/หุ้น

2025-08-14 15:17:35 90



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - NUT ประกาศผลงานไตรมาส 2/68 มีรายได้จากการขาย 239.49 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 93.76% เดินหน้าปรับกลยุทธ์ขายสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการตลาดออนไลน์ เน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด พร้อมบริหารจัดการต้นทุนรอบด้าน ขณะที่ที่ประชุมบอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด 0.35 บาทต่อหุ้น
 
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายภาคิณ กิตติภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) หรือ NUT ผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้จากการขาย 239.49 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 14.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.67 ล้านบาท สะท้อนถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจในปีนี้ ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 529.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.64% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27.55 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งมาจากผลกำไรครึ่งปีแรกและตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงาน โดยปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD (วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล) ในวันที่ 26 ส.ค. 2568 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 27 ส.ค. 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 5 ก.ย. 2568
 
อย่างไรก็ตาม บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดออนไลน์ ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ในช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังสามารถควบคุมต้นทุนการขาย และ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในช่องทางออฟไลน์ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการจำกัดจำนวนขายสินค้า เพื่อแก้ไขปัญหาการขายสินค้าตัดราคา พร้อมเจรจาเปลี่ยนรูปแบบสัญญาในกลุ่ม Modern trade โดยทั้งหมดเป็นการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการบริหารงานในระยะยาว
 
“บริษัทมีความตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพรอบด้าน ด้วยจุดเด่นด้านการควบคุมการผลิตในทุกขั้นตอน ผ่านโรงงานที่ได้รับมาตรฐานสากล อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการขายช่องทางดังกล่าวอยู่ที่ 77.3% โดยเน้นพัฒนาด้านกลยุทธ์การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สะท้อนความสำเร็จจากกำไรสุทธิของบริษัทที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ” นายภาคิณ กล่าว