Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
TEGH ลุยปั๊มรายได้ปี 69 แตะ 22,000 ล.
MAI
FLOYD โชว์กำไร Q1/69 โต 133.90%
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “QUICK” ลุยแผนเข้า mai
บล./บลจ
SCB WEALTH แนะกลยุทธ์ลงทุนรับมือ ศก.โลกผันผวน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ส่องกรอบเงินบาท 32.00-32.75 บ./ดอลลาร์
การค้า - พาณิชย์
“พาณิชย์” บุกแคนาดา ส่งข้าวไทยลุยงาน ‘SIAL Canada 2026’
พลังงาน - อุตสาหกรรม
BPP แข็งแกร่ง Q1/69 กำไรสุทธิ 5,877 ล้านบ. โต 924%
คมนาคม - โลจิสติกส์
ไทยพาร์เซิล EBITDA เพิ่มกว่า 5 เท่า หลังรวม FT-CPC
แบงก์ - นอนแบงก์
BAY ลุ้นสินเชื่อรายใหญ่ฟื้นตัว อัพเป้าหนุนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน 3.5 แสนล.
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
MTC ไตรมาส 1/69 พอร์ตสินเชื่อโต 9.80% ทะลุ 1.83 แสนล.
SMEs - Startup
READY ปักหมุดกลยุทธ์ E-Commerce เปิดตัว “AI WebMax”
ประกันภัย - ประกันชีวิต
ไทยประกันชีวิต ไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 3,267 ล้านบ. โต 21.8%
รถยนต์
ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง ไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 10.08 ล้านบ.
ท่องเที่ยว
AirAsia MOVE มอบสิทธิเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี 1 ครั้ง
อสังหาริมทรัพย์
ORN ผลงาน Q1/69 รายได้โต 14.51% ตุน Backlog 4,224 ล้านบ.
การตลาด
88TH จับมือ “หนุ่ม กรรชัย” เสิร์ฟผลิตใหม่ “LYO MY LUMI HAIR OIL”
CSR
READY ปักหมุดกลยุทธ์ E-Commerce เปิดตัว “AI WebMax”
Information
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ปลุกพลังทัพหน้า จัดสัมมนา ‘The Power of One’
Gossip
KUN จ่อเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 19-21 พ.ค.นี้
Entertainment
ทีทีบี จัดกิจกรรม fintalk “ปลดล็อกสกิลลับ รับรายได้เพิ่มทุกเดือน”
สกุ๊ป พิเศษ
ศุภาลัย ปลุกกระแสแบรนด์ “KRAM” รุก 3 หัวเมืองท่องเที่ยว
อุทกภัยหาดใหญ่ : ตอกย้ำบทบาท คปภ. และความแข็งแกร่งระบบประกันภัยไทย
2025-12-11 16:47:31
523
sharer
อุทกภัยหาดใหญ่ : ตอกย้ำบทบาท คปภ. และความแข็งแกร่งระบบประกันภัยไทย
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอุทกภัย ซึ่งกำลังกลายเป็น “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” (Structural Risk) ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแก่หลายจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางของผลกระทบ ทำให้บ้านเรือน ร้านค้า รถยนต์ และธุรกิจ SME ต้องหยุดชะงักลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้ประเมินว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างความเสียหายต่อรายได้ของประเทศในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ราว 2-3 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 0.1 - 0.2% ของ GDP ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวได้เพียง 2% ขณะที่ในปี 2569 ประเมินผลกระทบอาจสูญเสียรายได้สูงถึง 9 หมื่นล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภัยพิบัติไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นความเสี่ยงเชิงมหภาค (Macroeconomic Risk) ที่กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยตรง
ในมิติของระบบประกันภัย ความเสียหายจากการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน พบว่าขณะนี้มีการติดต่อยื่นเคลมประกันภัยแล้วมากกว่า 44,000 กรมธรรม์ มูลค่ารวมกว่า 10,840 ล้านบาท แยกเป็น ความเสียหายด้านรถยนต์จำนวน 17,000 คัน วงเงินประมาณ 4,400 ล้านบาท และความเสียหายต่อทรัพย์สินจำนวน 26,000 ราย วงเงินประมาณ 6,400 ล้านบาท (ข้อมูลยังไม่เป็นทางการ ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2568)
ถือเป็นอีกบททดสอบความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของธุรกิจประกันภัยไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ซึ่งมีค่าสินไหมทดแทนสูงกว่า 4 แสนล้านบาท ความเสียหายในครั้งนี้ยังอยู่ในระดับที่ระบบประกันภัยสามารถบริหารจัดการได้ สะท้อนพัฒนาการด้านการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจประกันภัยไทย โดยเฉพาะการใช้กลไกประกันภัยต่อ (Reinsurance) ในการกระจายความเสี่ยงสู่ระบบการเงินระหว่างประเทศ
ในเชิงนโยบาย เหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ยังตอกย้ำความแตกต่างระหว่าง “ความเสี่ยงที่สามารถคาดการณ์ได้” (Predictable Risk) กับ “ความเสี่ยงรูปแบบใหม่” (Emerging Risk) โดยภัยน้ำท่วมสามารถอาศัยข้อมูลสถิติและแบบจำลองพยากรณ์มาบริหารจัดการได้ ต่างจากกรณีโควิด-19 ที่ไม่มีฐานข้อมูลรองรับในเชิงคาดการณ์ ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยเผชิญผลกระทบรุนแรงในวงกว้างภายในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น เหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้จึงไม่กระทบต่อความมั่นคงของธุรกิจประกันภัยในภาพรวมของประเทศอย่างแน่นอน แต่กลับสะท้อนถึงความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยไทย
บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภายใต้การนำของเลขาธิการ คปภ. “ชูฉัตร ประมูลผล” จึงมีความเด่นชัดในฐานะ “Regulatory Stabilizer” ที่ทำหน้าที่รักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพของระบบประกันภัยและการคุ้มครองสิทธิผู้เอาประกันภัย ตั้งแต่การเรียกประชุมภาคธุรกิจประกันภัยทันทีหลังเกิดเหตุ การกำหนดมาตรฐานกลางการประเมินความเสียหายรถยนต์ การลงพื้นติดตามเหตุการณ์ และเร่งกระบวนการจ่ายสินไหมทดแทน ไปจนถึงการออกคำสั่งนายทะเบียนเพื่อผ่อนคลายภาระทางการเงินแก่ประชาชน ล้วนสะท้อนการใช้นโยบายที่รวดเร็ว ตรงจุด และเหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤต
อีกทั้งมาตรการซ่อมรถยนต์ที่กำหนดระดับความเสียหาย 5 ระดับ รวมถึงแนวปฏิบัติสำหรับรถไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า ยังช่วยปรับนโยบายให้สอดรับกับโครงสร้างยานยนต์สมัยใหม่ ลดข้อพิพาท และเพิ่มความชัดเจนในการพิจารณาสินไหม ส่วนมาตรการด้านประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ยังสะท้อนแนวคิดการคุ้มครองเชิงสังคมผ่านระบบประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียม
ในกรณีผู้เสียชีวิต คปภ. มีการดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อรวบรวมรายชื่อและเลขบัตรประชาชนเพื่อนำมาตรวจสอบผ่านระบบฐานข้อมูลกลางด้านประกันภัย (Insurance Bureau System) ซึ่งถือเป็นพัฒนาการสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital Insurance Infrastructure ซึ่งช่วยลดความล่าช้า เพิ่มความแม่นยำ และลดภาระของญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรัฐสวัสดิการในสถานการณ์วิกฤต
ภาพรวมเหตุการณ์อุทกภัยหาดใหญ่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงวิกฤตด้านภัยพิบัติ หากแต่เป็น “บททดสอบเชิงนโยบาย” ที่สะท้อนประสิทธิภาพของระบบประกันภัยไทยอย่างแท้จริง ผลลัพธ์ที่ปรากฏชี้ให้เห็นว่า ระบบประกันภัยยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกบริหารความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันยังตอกย้ำบทบาทของ คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเชิงกฎระเบียบ แต่ทำหน้าที่เป็น “กลไกเชิงรุกของรัฐ” ในการคุ้มครองประชาชนและรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินด้านการประกันภัยของประเทศ
โดยล่าสุด เลขาธิการ คปภ. “ชูฉัตร ประมูลผล” ได้มอบหมายให้ “อดิศร พิพัฒน์วรพงศ์” รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงาน คปภ. แถลงข่าวร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการตลาดทุนและธุรกิจประกันภัย วุฒิสภา สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย โดย คปภ. ยืนยันว่าธุรกิจประกันภัยไทยมีความมั่นคง มีสภาพคล่องเพียงพอ พร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และจะติดตามเสถียรภาพของธุรกิจประกันภัยทั้งด้านความมั่นคงและสภาพคล่องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบประกันภัยพร้อมดูแลประชาชนผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
TEGH ลุยปั๊มรายได้ปี 69 แตะ 22,000 ล.
EKH โชว์ศักยภาพ Q1/69 รายได้รวมพุ่ง 319 ล้านบ.
EA ไตรมาส 1/69 กลับสู่กำไร - EBITDA ปกติแตะ 1,896 ล้านบ.
BKGI งบสวย Q1/69 กำไร 31.23 ลบ. เพิ่มขึ้น 285%
COCOCO ตั้ง “พัฒรา ทัศจันทร์” นั่ง CEO คุม NOVOCOCONUT INC. ฟิลิปปินส์
STARM สุดปัง! กำไร Q1/69 ทะลุ 25 ลบ.โต 29.75%