Phones





ORN ผลงาน Q1/69 รายได้โต 14.51% ตุน Backlog 4,224 ล้านบ.

2026-05-15 09:43:53 101



นิวส์ คอนเน็คท์ - ORN ผลประกอบการไตรมาส 1/69 รายได้รวม 501.36 ล้านบาท โต 14.51% กำไร 40.15 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์เกินเป้า กวาดยอดขาย 1,556 ล้านบาท หนุน Backlog คุณภาพ 4,224 ล้านบาท รับรู้รายได้ธุรกิจใหม่ Community Mall โรงเรียนนานาชาติบ้านมือสอง เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ ควบคู่รักษาวินัยทางการเงิน รองรับการเติบโตระยะยาว
 
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 501.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 437.81 ล้านบาท จำนวน 63.54 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.51% และมีกำไรสุทธิ 40.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 38.64 ล้านบาท จำนวน 1.51 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.93%

ทั้งนี้ ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น จากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการแนวราบและแนวสูงในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมียอดโอนกรรมสิทธิ์เท่ากับ 488.45 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้ แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 282.49 ล้านบาท โครงการแนวสูง 205.96 ล้านบาท สะท้อนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทยังสร้างสถิติยอดขาย (Presale) เติบโตก้าวกระโดดกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 1,556 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 4,224 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนลูกค้าชาวไทย 53% และชาวต่างชาติคิดเป็นกว่า 47% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีการวางเงินมัดจำในอัตราที่สูง ช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้และลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน

ขณะเดียวกัน บริษัททยอยรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจย่อย ได้แก่ ธุรกิจ Community Mall, โรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand และธุรกิจบ้านมือสอง ซึ่งเป็นการขยาย Ecosystem ของอรสิรินให้ครอบคลุม สร้างฐานรายได้ประจำสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

อีกทั้ง บริษัทบริหารจัดการต้นทุนและแผนการขายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.4 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.6 เท่า ซึ่งถือว่ามีความมั่นคงสูงเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน สะท้อนถึงการบริหารจัดการโครงสร้างเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ และความพร้อมในการขยายโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

โดยบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารต้นทุน และการสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และรายได้ประจำ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีความท้าทายอยู่ในปัจจุบัน